ทช. ก่อสร้างถนนสายแยกทางหลวงแผ่นดิน ทล.4003 – บ้านท้องเกร็ง จ.ชุมพร เสริมท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของอ่าวไทย

กรมทางหลวงชนบท (ทช.) กระทรวงคมนาคม ก่อสร้างถนนสายแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4003 – บ้านท้องเกร็ง อำเภอสวีและทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร ส่งเสริมยุทธศาสตร์เส้นทางการท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของอ่าวไทย (Thailand Riviera) เพิ่มศักยภาพด้านคมนาคมให้สามารถรองรับการเดินทางที่เพิ่มมากขึ้น ขยายพื้นที่เศรษฐกิจ สนับสนุนการท่องเที่ยวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ตามนโยบายของศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในการยกระดับมาตรฐานโครงข่ายคมนาคมเพื่อการเดินทางด้วยความสะดวกปลอดภัย

ทช. โดยสำนักงานทางหลวงชนบทที่ 11 (สุราษฎร์ธานี) เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวทางทะเลถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ด้านตะวันตกของอ่าวไทย ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศติดชายฝั่งทะเลและมีพื้นที่ชายหาดรวมกันกว่า 800 กิโลเมตร ซึ่งจังหวัดชุมพรนับเป็นหนึ่งในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ด้านตะวันตกที่มีวัฒนธรรมและสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย เช่น เขาดินสอ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร หาดทุ่งวัวแล่น หาดทรายรี และจุดชมวิวเขามัทรี ดังนั้นการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงชนบทเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวเดิมและแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่จะนำไปสู่การสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยว ขยายพื้นที่เศรษฐกิจสู่ชุมชน และอำนวยความสะดวกปลอดภัยในการเดินทางให้กับประชาชน

สำหรับการก่อสร้างเส้นทางสายแยก ทล.4003 – บ้านท้องเกร็ง อำเภอสวีและทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร จำนวน 2 ช่วง แบ่งเป็นช่วง กม. ที่ 0+310 ถึง 8+125 และช่วง กม. ที่ 8+725 ถึง 9+995 ระยะทางรวม ตลอดโครงการ 9.085 กิโลเมตร งบประมาณ 55.900 ล้านบาท เชื่อมเส้นทางหลวงชนบทสู่แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชุมพร โดยทำการปูผิวจราจรแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ขนาด 2 ช่องจราจร จากเดิมถนนกว้าง 6.00 เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ 1.50 เมตร จึงดำเนินการขยายความกว้างของช่องจราจรเป็น 7.00 เมตร และไหล่ทางกว้างข้างละ 2.50 เมตร อีกทั้งยังได้ก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก จำนวน 1 แห่ง ติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย งานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง พร้อมด้วยระบบไฟฟ้าส่องสว่างและทางระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก โครงการก่อสร้างดังกล่าวเป็นการยกระดับมาตรฐานโครงข่ายเส้นทางเพื่อการท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งด้านตะวันตกของอ่าวไทย ทำให้เกิดการกระจายรายได้และนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรในเส้นทางให้มีความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย รองรับการเดินทางท่องเที่ยวที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้นในอนาคต

สำหรับปัจจุบันโครงการดังกล่าวมีความคืบหน้าไปแล้ว 74% และคาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม ศกนี้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *