ทล.ออกแบบทางต่างระดับจุดตัดระหว่าง ทล. 23 สายบ้านไผ่ -อุบลราชธานี กับถนนวงแหวนรอบเมืองร้อยเอ็ด แก้ปัญหาการจราจรที่หนาแน่นและติดขัด

กรมทางหลวง (ทล.) กระทรวงคมนาคม โดยสำนักสำรวจและออกแบบ ได้ดำเนินโครงการสำรวจและออกแบบทางต่างระดับและทางแยกบนทางหลวงระหว่างทางหลวงหมายเลข 23 สายบ้านไผ่ – อุบลราชธานี (ถนนแจ้งสนิท) กับทางหลวงหมายเลข 232 ถนนวงแหวนรอบเมืองร้อยเอ็ด ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อแก้ปัญหาการจราจรที่หนาแน่นและติดขัดจากสัญญาณไฟจราจรที่จุดตัดทางแยก เพิ่มศักยภาพระบบขนส่งโลจิสติกส์ภาคอีสาน

สำหรับทางแยกจุดตัดระหว่างทางหลวงหมายเลข 23 สายบ้านไผ่ – อุบลราชธานี (ถนนแจ้งสนิท) มีขนาด 4 – 6 ช่องจราจร กับทางหลวงหมายเลข 232 (ถนนวงแหวนรอบเมืองร้อยเอ็ด) ขนาด 2 – 4 ช่องจราจร หรือจุดตัดแยกบ้านโนนเมือง ตั้งอยู่ที่ กม. 106+956 (ทล. 23) มีลักษณะเป็นสี่แยกที่มีสัญญาณไฟจราจรควบคุม ปัจจุบันทางแยกดังกล่าวเป็นเส้นทางการจราจรสายหลักในการเดินทางสู่จังหวัดร้อยเอ็ด สุรินทร์ กาฬสินธุ์ และมหาสารคาม เนื่องจากมีปริมาณการจราจรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การจราจรเกิดการติดขัด ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางและมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทล. จึงได้ดำเนินโครงการสำรวจและออกแบบทางต่างระดับระหว่างจุดตัดทางแยกดังกล่าวให้เป็นระบบวงเวียน เพื่อให้การจราจรเคลื่อนตัวได้อย่างต่อเนื่องและรองรับรถที่ต้องการเลี้ยวขวาได้โดยไม่มีสัญญาณไฟจราจร โดยรายละเอียดรูปแบบทางแยกโครงการดังนี้

1.ทางหลวงหมายเลข 23 สามารถวิ่งผ่านทางแยกโดยก่อสร้างเป็นทางลอดขนาดเล็ก เพื่อให้รถขนาดเล็กสัญจรไป – กลับ โดยมีเขตทาง 60 เมตร จากช่วงทางแยกโนนเมืองไปทางจังหวัดมหาสารคาม และมีเขตทาง 30 เมตร จากช่วงทางแยกโนนเมืองไปจังหวัดร้อยเอ็ด มีความยาวของช่วงที่เป็นทางลอด ประมาณ 525 เมตร ความสูงของทางลอด ประมาณ 2.80 เมตร และมีจำนวน 2 ช่องจราจรไป – กลับ

2.ทางหลวงหมายเลข 232 ออกแบบเป็นสะพานยกระดับข้ามทางหลวงหมายเลข 23 มีความยาวสะพาน ประมาณ 460 เมตร ความสูงสะพานเหนือช่วงวงเวียนไม่น้อยกว่า 5.50 เมตร มีเขตทาง 60 เมตร มีจำนวน 4 ช่องจราจร โดยออกแบบให้เพิ่มเป็น 6 ช่องจราจรได้ในอนาคต และมีจุดกลับรถใต้สะพานทั้ง 2 ด้าน

โดยลักษณะการก่อสร้าง เป็นถนนแอสฟัลท์คอนกรีต ขนาด 4 – 6 ช่องจราจร ความกว้างช่องจราจรละ 3.50 เมตร ไหล่ทางด้านในกว้าง 1.50 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร มีเขตทางกว้าง 40 – 60 เมตรรวมระยะทาง 2 ทิศทาง ทั้งหมดประมาณ 4 กิโลเมตร งบประมาณโครงการ 600 ล้านบาท ปัจจุบันโครงการดังกล่าว ได้ผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) แล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดทำข้อมูลเพื่อขอออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างประมาณปี พ.ศ.2566 แล้วเสร็จปี พ.ศ. 2568

ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด แออัด และหนาแน่น ช่วยลดอุบัติเหตุรุนแรงบริเวณทางแยก รวมทั้งพัฒนาคุณภาพการให้บริการเชื่อมเส้นทางระหว่างจังหวัดและต่อเนื่องถนนวงแหวนรอบเมือง ช่วยให้ระบบจราจรเดินทางติดต่อกันได้เป็นระยะทางไกลสู่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน

Leave a Reply

Your email address will not be published.