สภาองค์กรของผู้บริโภคค้าน ครม.รีบต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว เป็นการผลักภาระผู้บริโภค

สภาองค์กรของผู้บริโภค ไม่เห็นด้วยเร่งต่อสัญญาสัมปทาน รถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้งที่มีเวลาถึง 8 ปี และราคาค่าโดยสาร 65 บาทถือเป็นภาระผู้บริโภค ยืนยันราคา 25 บาททำได้ ขณะที่ 7 รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย ค้านต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวออกไป ยืนยัน กทม. กระทรวงมหาดไทยไม่มีอำนาจตามกฎหมายเสนอต่อสัมปทาน เพราะกรรมสิทธิ์เป็นของ รฟม.

หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถอนวาระที่เสนอโดยกระทรวงมหาดไทย ที่ขอความเห็นชอบผลการเจรจาและเห็นชอบร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการ รถไฟฟ้าสายสีเขียว (ส่วนต่อขยาย) หลังจากที่ 7 รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยื่นหนังสือลาประชุม ด้านกระทรวงคมนาคม ทำหนังสือค้านการพิจารณาต่อสัมปทานดังกล่าว

สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า สภาฯ ไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลบาลจะมีมติเร่งต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว เนื่องจากยังมีเวลามากถึง 8 ปีถึงจะหมดสัญญา และอยากให้การต่อสัมปทานเป็นเรื่องของผู้ว่ากทม.คนใหม่ เป็นผู้ตัดสินใจ

ในส่วนของราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่มีการเสนอให้คิดค่าโดยสารที่ราคา 65บาท นั้น สภาองค์กรของผู้บริโภค เห็นว่า ราคาสูงเกินไป ซึ่งในส่วนของราคา สามารถทำให้ราคาถูกลงเหลือเพียง 25 บาทได้ หากเมื่อครบสัญญาสัมปทานแล้วสภาองค์กรของผู้บริโภคเสนอประมูลใหม่ให้ทุกบริษัทเข้ามาประมูล เพราะว่าที่ผู้สมัครหลายคนต่างเห็นว่า ราคาค่าโดยสาร รถไฟฟ้าสายสีเขียวสามารถลดลงมาได้ บางพรรคเสนอราคาค่าโดยสารเหลือเพียง 20 บาทเท่านั้น

ดังนั้นการที่คณะรัฐมนตรียังเร่งรีบนำเรื่องนี้มาพิจารณา ต่อสัมปทานและคิดราคาค่าโดยสาร 65 บาทจึงไม่มีความชอบธรรมในเวลานี้ และขอให้รัฐบาลต้องหยุดสร้างภาระให้กับผู้บริโภค หยุดการต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวและเปิดให้มีการประมูลในการต่อสัมปทานใหม่เมื่อหมดสัญญาแล้ว

ด้านศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ต้องขอบคุณคณะรัฐมนตรีที่ถอนวาระการพิจารณาการต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว เนื่องจาก รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยทั้ง 7 คน ได้ทำหนังสือขอลาประชุม และกระทรวงคมนาคมทำหนังสือไม่เห็นด้วยต่อการเสนอต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวต่อคณะรัฐมนตรีจึงขอบคุณที่รับฟังข้อเสนอ

ทั้งนี้ ในข้อเสนอเดิมนั้น กระทรวงคมนาคมไม่เห็นด้วยกับการนำเอาวาระการต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวมาพิจารณาในการประชุมคณะรัฐมนตรี เนื่องจากยังไม่มีการแก้ปัญหาที่เป็นสาระสำคัญทางข้อเท็จจริงทางกฎหมาย โดยเฉพาะประเด็นอัตราค่าโดยสารที่เสนอในราคาสูง การรองรับระบบตั๋วร่วม

อีกทั้ง ยังมีความไม่ชัดเจนเรื่องข้อกฎหมาย ที่ กทม.อาจจะไม่มีอำนาจในการดำเนินการเนื่องจาก ส่วนต่อขยาย 2 ส่วนที่เสนอต่อสัมปทานนั้น เป็นกรรมสิทธิ์ของรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนของประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งเป็นสาระสำคัญใหม่ที่ กทม. หรือ กระทรวงมหาดไทยไม่สามารถดำเนินการได้

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้เสนอให้ดำเนินการทุกอย่างตามกฎหมาย และเห็นว่าการต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่กำลังจะหมดสัญญาในปี พ.ศ2572 นั้นยังมีเวลาเพียงพอในการดำเนินการให้ถูกต้อง และควรจะเปิดให้ทุกบริษัทเอกชนเข้ามามีส่วนในการประมูลโดยพิจารณาเงื่อนไขเรื่องราคา
ค่าโดยสารให้เป็นธรรมกับประชาชนมากที่สุด โดยยืนยันว่าหากยังไม่ดำเนินการตามข้อเท็จจริงตามกฎหมาย กระทรวงคมนาคมก็ยืนยันจุดยืนเดิมที่ไม่เห็นด้วยการต่อสัมปทาน

สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.. พรรคภูมิใจไทย ยืนยันเช่นกันว่าไม่เห็นด้วยกับการพิจารณาต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวและถือเป็นจุดยืนที่มีการพุดคุยกันในพรรคมานานแล้ว เนื่องจากที่ผ่านมา พยายามถามถึงฐานการคำนวณราคาค่าโดยสาร 65 บาท กทม. ยังไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้

นอกจากนี้ยังเห็นว่าอายุสัมปทานที่จะหมดในปี พ.ศ.2572 ยังมีเวลาเหลือมากพอที่จะพิจารณาทั้งในเรื่องราคาค่าโดยสารที่เป็นธรรมกับผู้บริโภค และระบบตั๋วร่วม ดังนั้นจึงไม่เห็นด้วยกับการต่อสัมปทานโดยไม่มีการพิจารณาอย่างรอบคอบ

Leave a Reply

Your email address will not be published.