ครม.อนุมัติ งบฯกลางกว่า 500 ล้านบาท ในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน สู่ EEC

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ..2564 ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติการขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 568,228,255 บาท สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3สนามบิน ภายใต้แผนงานบูรณาการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ตามที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สก.พอ.) เสนอ

สาระสำคัญ

1. การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้มีหนังสือเมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2564 เสนอคำขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น สำหรับงานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและสำรวจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเวนคืนในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3สนามบิน จำนวน 607,555,036 บาท ภายใต้แผนงานบูรณาการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ.2564 มายัง สกพอ. ในฐานะหน่วยงานเจ้าภาพแผนงานบูรณาการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพื่อเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณตามขั้นตอนต่อไป

2. สกพอ. ในฐานะหน่วยงานเจ้าภาพแผนงานบูรณาการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พิจารณาแล้วเห็นว่าการดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณรายจ่าย งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น พ.ศ. 2562 ข้อ 5 การขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ให้กระทำได้ในกรณี (3) เป็นรายจ่ายที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณไว้แล้วแต่มีจำนวนไม่เพียงพอและมีความจำเป็นเร่งด่วนของรัฐต้องใช้จ่ายหรือก่อหนี้ผูกพันงบประมาณโดยเร็ว และได้มีหนังสือเมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2564 เสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่าย โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ภายใต้แผนงานบูรณาการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก วงเงิน 607,555,036 บาท ให้กับ รฟท. เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและค่าสำรวจอสังหาริมทรัพย์ในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม3 สนามบิน ให้สำนักงบประมาณพิจารณาดำเนินการ

3. สำนักงบประมาณ ได้ประสาน รฟท. ให้ดำเนินการพิจารณาคำขอรับการจัดสรรงบประมาณอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2564 อย่างครบถ้วน รฟท. จึงนำความเห็นของสำนักงบประมาณมาประกอบการพิจารณา และได้มีหนังสือเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2564 ส่งไปยังสำนักงบประมาณ เพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณฯ อีกครั้งหนึ่ง โดยปรับปรุงรายละเอียดค่างานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและสำรวจอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการเวนคืนในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3สนามบิน ทำให้จำนวนเงินค่างานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินจาก 607,555,036 บาท เป็น 580,630,173 บาท

4. สกพอ. ในฐานะหน่วยงานเจ้าภาพแผนงานบูรณาการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ร่วมกับสำนักงบประมาณ พิจารณาผลการตรวจสอบผลการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยรับงบประมาณภายใต้แผนงานบูรณาการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ตามระเบียบว่าด้วยการโอนงบประมาณรายจ่ายบูรณาการและงบประมาณรายจ่ายบุคลากรระหว่างหน่วยรับงบประมาณ พ.ศ. 2562 โดยพิจารณาแล้วเห็นว่า มีงบประมาณรายจ่ายที่อยู่ในข่ายที่ต้องนำมาพิจารณาโอนงบประมาณ 2 หน่วยรับงบประมาณ ได้แก่ กรมทางหลวงชนบทและการประปาส่วนภูมิภาค รวมจำนวน 11,870,100 บาท ซึ่ง รฟท. สามารถขอรับโอนงบประมาณรายจ่ายบูรณาการจากหน่วยรับงบประมาณดังกล่าวได้

5. สำนักงบประมาณได้แจ้งผลการพิจารณาตามข้อ 3 และ 4 สรุปได้ดังนี้

5.1 สำนักงบประมาณได้นำกราบเรียนนายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบให้ รฟท. ใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2564 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 568,228,255 บาท เพื่อสมทบการขอรับโอนงบประมาณรายจ่ายบูรณาการจากหน่วยรับงบประมาณภายใต้แผนบูรณาการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก จำนวน 11,870,100 บาท รวมทั้งสิ้นจำนวน 580,098,355 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและสำรวจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเวนคืนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน โดยเบิกจ่ายในงบลงทุน

5.2 เนื่องจากวงเงินที่เห็นควรอนุมัติเกินกว่าหนึ่งร้อยล้านบาท ขอให้ รฟท.ดำเนินการนำเรื่องดังกล่าวเสนอขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรี โดยเสนอผ่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีเจ้าสังกัดหรือรัฐมนตรีที่กำกับดูแล หรือผู้ที่คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้เป็นผู้กำกับแผนงานบูรณาการกรณีเป็นการดำเนินการภายใต้แผนงานบูรณาการ แล้วแต่กรณี ตามนัยระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น พ.ศ. 2562 ข้อ 9 (3)

ทั้งนี้ สกพอ. เสนอว่า ตามสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ฝ่ายรัฐต้องส่งมอบพื้นที่โครงการช่วงสุวรรณภูมิถึงอู่ตะเภาให้เอกชนคู่สัญญาภายในวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2564 ซึ่งมีความจำเป็น ต้องได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2564 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น สำหรับงานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและสำรวจอสังหาริมทรัพย์ ในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3สนามบิน จำนวน 568,228,255 บาทภายในวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ.2564 เพื่อให้ส่งมอบพื้นที่ให้เอกชนคู่สัญญาได้ตามที่กำหนดในสัญญาร่วมลงทุน มิฉะนั้น รฟท. มีความเสี่ยงที่อาจผิดสัญญาร่วมลงทุน ซึ่งเอกชนคู่สัญญาอาจมีหนังสือแจ้ง รฟท. ให้สัญญาร่วมลงทุนมีผลสิ้นสุดลง ตามที่กำหนดไว้ในสัญญาร่วมลงทุนฯ หรือใช้สิทธิ์เรียกค่าเสียหายแก่ รฟท. ได้แก่ ค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ย นับตั้งแต่วันที่ รฟท. ผิดสัญญา ตามมาตรา 222 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *