Property

“โอกาสทอง” ของคนอยากมีบ้าน ธปท. ต่ออายุเกณฑ์ LTV กู้เต็ม 100% ถึงกลางปี 2570

ในยุคที่ค่าครองชีพขยับขึ้นไม่หยุด แต่ยอดขายอสังหาริมทรัพย์และกำลังซื้อบ้านกลับสวนทางจนดูเงียบเหงา หลายคนที่เคยฝันอยากมีบ้านอาจต้องพากันพับแผนการซื้อไปก่อน เพราะไม่อยากแบกรับความเสี่ยงในวันที่เศรษฐกิจผันผวนเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม ในวิกฤตเศรษฐกิจมักจะมาพร้อมกับโอกาสครั้งสำคัญที่ซ่อนอยู่เสมอ ล่าสุดทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประกาศข่าวดีสำหรับคนอยากมีบ้าน ด้วยการขยายระยะเวลาผ่อนปรนเกณฑ์ LTV ออกไปอีก 1 ปีเต็ม ยาวจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2570 ซึ่งมาตรการนี้จะกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้การซื้อบ้านในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองกลายเป็นเรื่องที่ง่ายและคุ้มค่าที่สุด โดยทางธนาคารไทยเครดิตได้นำข้อมูลมาสรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่าย

คำว่า “LTV” (Loan-to-Value) คือ อัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน หรืออธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ “เพดานการปล่อยกู้บ้าน” นั่นเอง โดยในสถานการณ์ปกติ ธปท. จะกำหนดให้ผู้ซื้อต้องวางเงินดาวน์จำนวนหนึ่ง เช่น ร้อยละ 10-20 ของราคาบ้าน แต่การที่ ธปท. ประกาศต่อเวลาผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ออกไปในครั้งนี้ หมายความว่าผู้ซื้อมีโอกาสกู้ได้เต็มร้อยละ 100 โดยไม่ต้องวางเงินดาวน์ สำหรับสัญญาสินเชื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่ รวมถึงสินเชื่อที่เกี่ยวเนื่อง เช่น สินเชื่อตกแต่งบ้าน หรือสินเชื่อรีไฟแนนซ์ สำหรับสัญญาเงินกู้ที่ทำตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2570

เจาะ 3 เหตุผลทำไมการซื้อบ้านช่วงเศรษฐกิจซบเซา จึงเป็นจังหวะที่คุ้มค่าที่สุด

แม้ตัวเลขยอดขายบ้านในตลาดจะดูเงียบเหงา แต่สำหรับผู้ซื้อที่มีความพร้อมและวางแผนต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand) นี่คือ 3 เหตุผลสำคัญที่ชี้ว่าเวลานี้คือเอาจังหวะที่ดีที่สุดในการตัดสินใจซื้อบ้าน

  • ดาวน์ 0 บาท: การกู้ได้เต็มร้อยละ 100 จะช่วยให้ผู้ซื้อไม่ต้องควักเงินก้อนใหญ่ออกมาจ่ายค่าดาวน์บ้าน ทำให้สามารถเก็บ “กระแสเงินสด” หรือเงินออมสำรองไว้ใช้หมุนเวียนในชีวิตประจำวันได้อย่างอุ่นใจ
  • ตลาดเป็นของผู้ซื้อ: เมื่อยอดขายบ้านต่ำ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และเจ้าของบ้านมือสองต่างพากันจัดโปรโมชัน “ลด แลก แจก แถม” เพื่อกระตุ้นยอดขาย ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดเงินสด, ฟรีค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์, หรือการแถมเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเป็นโอกาสดีที่จะได้บ้านในราคาที่คุ้มค่าที่สุด
  • ความคุ้มค่ารอบด้าน: มาตรการนี้ไม่ได้เปิดทางแค่คนซื้อบ้านใหม่เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงสินเชื่อเพื่อการตกแต่งและสินเชื่อรีไฟแนนซ์ ทำให้คนที่ต้องการปรับปรุงบ้านหรืออยากลดดอกเบี้ยบ้านเดิม สามารถบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า ธปท. จะผ่อนเกณฑ์ LTV ให้กู้ได้เต็มร้อยละ 100 แต่เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน สถาบันการเงินต่าง ๆ ยังคงมีความเข้มงวดและระมัดระวังในการอนุมัติสินเชื่อเพื่อป้องกันปัญหาหนี้เสีย (NPL) ดังนั้น หากต้องการคว้าโอกาสนี้ให้ทันภายในปี พ.ศ. 2570 ผู้ขอสินเชื่อควรเตรียมความพร้อมใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การรักษาประวัติข้อมูลเครดิตให้คลีนด้วยการชำระหนี้ให้ตรงเวลา, การเดินบัญชีธนาคาร (Statement) ให้สวยงามสม่ำเสมอเพื่อแสดงความมั่นคงของรายได้ และการประเมินความสามารถในการผ่อนชำระโดยเลือกซื้อบ้านในราคาที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้กระทบต่อคุณภาพชีวิต

ธนาคารไทยเครดิตชู 3 โซลูชันสินเชื่อ ปลดล็อกสภาพคล่องสำหรับคนมีบ้านอยู่แล้ว

สำหรับผู้ที่มีบ้านหรือคอนโดมิเนียมเป็นของตัวเองอยู่แล้ว แต่กำลังมองหาวิธีลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มกระแสเงินสดหมุนเวียนในยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง ธนาคารไทยเครดิตพร้อมเสนอทางออกในการใช้ “บ้าน” มาเป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีประสิทธิภาพผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ ได้แก่

1. สินเชื่อบ้านแลกเงิน ออกแบบมาสำหรับพนักงานประจำ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และเจ้าของกิจการ ที่มีที่อยู่อาศัยที่ผ่อนชำระหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่อยากเปลี่ยนสินทรัพย์บ้านให้เป็นเงินก้อนเพื่อนำมาเพิ่มสภาพคล่องในชีวิตประจำวัน หรือนำมารวมหนี้สินเชื่ออื่น ๆ ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงให้เป็นก้อนเดียว เพื่อรับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงและช่วยให้ผ่อนสบายขึ้นต่อเดือน

2. สินเชื่อรีไฟแนนซ์พลัส (สำหรับพนักงานประจำและผู้ประกอบอาชีพอิสระ) สำหรับกลุ่มพนักงานประจำและผู้ประกอบอาชีพอิสระที่กำลังผ่อนบ้านอยู่ การย้ายวงเงินมาอยู่กับธนาคารไทยเครดิตจะช่วยลดอัตราดอกเบี้ยบ้านเดิมให้ต่ำลง ส่งผลให้ตัดเงินต้นได้ไวขึ้น พร้อมรับสิทธิ์ขอกู้วงเงินอเนกประสงค์ส่วนเพิ่ม (Top-up) ออกมาเป็นเงินสดหมุนเวียนสำหรับนำไปใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน

3. สินเชื่อรีไฟแนนซ์พลัส (สำหรับเจ้าของกิจการและผู้ประกอบการ) โซลูชันเพื่อเจ้าของกิจการและผู้ประกอบการที่กำลังอยู่ระหว่างการผ่อนบ้าน โดยการรีไฟแนนซ์มายังธนาคารไทยเครดิตจะช่วยลดอัตราดอกเบี้ยบ้านเดิมและลดภาระค่าใช้จ่ายรายเดือนให้เบาลง พร้อมรับสิทธิ์ขอกู้เงินทุนหมุนเวียนก้อนใหม่เพื่อนำไปเสริมสภาพคล่องทางธุรกิจและขยายโครงสร้างกิจการให้เติบโตอย่างมั่นคง