Property

IHG Hotels & Resorts ขยายการเติบโตแบรนด์พรีเมียมในไทย ตอบรับดีมานด์การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ที่เพิ่มสูงขึ้น

IHG Hotels & Resorts (IHG) หนึ่งในบริษัทโรงแรมชั้นนำระดับโลก เดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอกลุ่มโรงแรมระดับพรีเมียมในประเทศไทย เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมของนักเดินทางยุคใหม่และปัจจัยพื้นฐานของตลาดที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสใหม่ ๆ ในการเติบโตและการขยายแบรนด์ให้ครอบคลุมจุดหมายปลายทางสำคัญ

คุณวิเวก บัลลา กรรมการผู้จัดการ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี IHG เปิดเผยว่า ปัจจัยพื้นฐานในระยะยาวของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยยังคงมีความแข็งแกร่ง แม้ว่าจะต้องเผชิญกับสภาวะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก แต่ภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีความยืดหยุ่นและฟื้นตัวได้ดีอย่างต่อเนื่อง ผู้คนยังคงออกเดินทางอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ การพักผ่อน หรือเพื่อพบปะครอบครัวและเพื่อนฝูง ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ตอกย้ำความมั่นใจของบริษัทต่อการเติบโตในระยะยาว

ความแข็งแกร่งดังกล่าวสะท้อนให้เห็นผ่านการเติบโตอย่างต่อเนื่องของ IHG โดยรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) ทั่วโลก ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.4 ในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2569 ซึ่งได้รับปัจจัยหนุนจากความต้องการเข้าพักที่แข็งแกร่งในทุกรูปแบบ และยังคงมีแรงส่งเชิงบวกต่อเนื่องไปยังไตรมาสที่สอง สำหรับประเทศไทย ดัชนี RevPAR มีอัตราการเติบโตอย่างโดดเด่นถึงร้อยละ 2.9 นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน โดยได้แรงขับเคลื่อนสำคัญจากยอดนักท่องเที่ยวชาวจีนที่พุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 23 ควบคู่ไปกับการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 2

เจาะสถิติตลาดพรีเมียมโตแซงซัพพลาย ชูเทรนด์นักเดินทางมุ่งเน้น “การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์”

ประเทศไทยยังคงเป็นหมุดหมายและตลาดสำคัญที่มีความต้องการที่แข็งแกร่งและหลากหลาย สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลก โดย IHG มองเห็นโอกาสการเติบโตที่โดดเด่นในกลุ่มโรงแรมระดับพรีเมียม ครอบคลุมทั้งแบรนด์ระดับ Upscale และ Upper Midscale ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเข้าพักสูงที่สุดในประเทศไทยในปัจจุบัน เนื่องมาจากเล็งเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนของพฤติกรรมนักเดินทางในปัจจุบัน ที่หันมาให้ความสำคัญกับประสบการณ์มากกว่าแค่สิ่งอำนวยความสะดวก ควบคู่ไปกับความเป็นเอกลักษณ์ การเข้าถึงเสน่ห์ของท้องถิ่น และประสบการณ์การเข้าพักที่ได้รับการออกแบบอย่างเฉพาะตัว

จากรายงานระบุว่า ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา กลุ่มโรงแรมระดับพรีเมียมมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยร้อยละ 69.6 ซึ่งสูงกว่าทั้งกลุ่มโรงแรม Luxury & Lifestyle (ร้อยละ 66.8) และกลุ่ม Mainstream (ร้อยละ 64.4) ขณะที่ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน อัตราการเข้าพักของกลุ่มพรีเมียมพุ่งสูงถึงร้อยละ 78.7 พร้อมกับความต้องการของตลาดที่เติบโตแซงหน้าซัพพลายอย่างเห็นได้ชัด โดยความต้องการเข้าพักปรับตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 4.5 เมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตของจำนวนห้องพักเปิดใหม่ที่มีเพียงร้อยละ 0.8 เท่านั้น

สิ่งนี้หมายความว่าผู้เข้าพักจะได้สัมผัสการเข้าพักคุณภาพสูงที่เน้นประสบการณ์ในราคาที่น่าสนใจ ส่วนเจ้าของโรงแรมจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่แข็งแกร่งผ่านข้อเสนอที่แตกต่างและแหล่งรายได้ใหม่ ๆ นอกเหนือจากรายได้ส่วนห้องพัก

กางแผนขยายแบรนด์ voco และ Crowne Plaza พร้อมเตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ “Ruby – Noted Collection”

เพื่อคว้าโอกาสจากแนวโน้มการเติบโตดังกล่าว IHG เดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอแบรนด์พรีเมียมในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านแบรนด์หลักอย่าง voco hotels และ Crowne Plaza โดยบริษัทได้เปิดตัวแบรนด์ voco hotels ในประเทศไทยเป็นครั้งแรกที่ voco Bangkok Surawong ซึ่งเป็นการปรับโฉมใหม่จากโรงแรมตะวันนา ผสมผสานประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเข้ากับประสบการณ์ที่โดดเด่นสำหรับแขกผู้เข้าพัก ปัจจุบัน IHG มีโครงการ voco hotels อีก 3 แห่งที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ได้แก่ voco Phuket Patong, voco Phuket Bangtao และ voco Bangkok Siam

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ Crowne Plaza ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์ระดับ Upscale ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยเตรียมเปิดตัวโรงแรมใหม่ 2 แห่งในกรุงเทพฯ เร็ว ๆ นี้ ได้แก่

  • Crowne Plaza Bangkok Grand Sukhumvit: ซึ่งจะก้าวขึ้นเป็นโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดของ IHG ในประเทศไทย
  • Crowne Plaza Bangkok Rama 9: โครงการยุทธศาสตร์บนทำเลศักยภาพแห่งใหม่

นอกจากนี้ อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญในกลยุทธ์การเติบโตคือ การเปิดตัวแบรนด์ใหม่เข้าสู่ตลาดเพื่อรองรับโอกาสในอนาคต หนึ่งในนั้นคือ “Ruby” แบรนด์โรงแรมแนวเออร์เบินไลฟ์สไตล์ที่ IHG ได้เข้าซื้อกิจการในปี พ.ศ. 2568 ชูจุดเด่นด้วยงานดีไซน์และการจัดสรรพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งตอบโจทย์อย่างยิ่งสำหรับเมืองใหญ่ที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ โดยบริษัทมองเห็นศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่งทั้งในกรุงเทพฯ รวมถึงเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่างภูเก็ตและพัทยา

พร้อมกันนี้ยังมีแผนเปิดตัวแบรนด์ “Noted Collection” ซึ่งเป็นแบรนด์พรีเมียมคอลเล็คชันแบรนด์แรกของบริษัท เพื่อตอบโจทย์กลุ่มโรงแรมอิสระที่ต้องการรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวไว้ แต่ต้องการได้รับประโยชน์จากเครือข่ายระดับโลกและระบบปฏิบัติการที่แข็งแกร่งของ IHG ในเวทีสากล