News

พระราม 2 ระทึกซ้ำ เครนลอนเชอร์ถล่มกลางถนน สะท้อนวิกฤตความปลอดภัยก่อสร้างไทย

เหตุการณ์ฐานรองเครนลอนเชอร์ถล่มทับรถไฟในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่สีคิ้ว ยังไม่ทันจางหาย ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 15 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 09.00 น. เครนก่อสร้างทางยกระดับถนนพระราม 2 ฝั่งขาออก แถวปากทางเข้าสำนักงานขนส่งจังหวัดสมุทรสาคร ก่อนขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน พังถล่มลงบริเวณเกาะกลางถนน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดกั้นพื้นที่โดยทันที และเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. มีรายงานเบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าตรวจสอบและช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ

.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สาเหตุที่เครนลอนเชอร์พระราม 2 ถล่ม ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มีข้อสันนิษฐานถึงสาเหตุดังนี้

1. เครนลอนเชอร์ (Launching Crane) ถล่มแบบหักตรงกลาง เป็นรูปคล้ายตัววี (V-shaped) แสดงให้เห็นว่า โครงเหล็กลอนเชอร์ไม่สามารถรับน้ำหนักได้

2. ขณะที่เกิดการพังถล่ม มีชิ้นส่วนเซ็กเมนต์คอนกรีตห้อยแขวนอยู่หลายชิ้น และร่วงลงมาทับรถยนต์สองคัน แสดงว่าการถล่มเกิดขึ้นอยู่ในระหว่างการติดตั้งชิ้นส่วน และน้ำหนักของชิ้นส่วนคอนกรีตที่ห้อยแขวนอยู่ทำให้เครนหักตรงกลาง

3. การหักตรงกลางของเครน อาจเกิดขึ้นที่ชิ้นส่วนของเครนเอง หรือเกิดขึ้นที่จุดต่อระหว่างชิ้นส่วนที่นำมาต่อกัน ปกติแล้วเครนลอนเชอร์ที่มีความยาว จะมีรอยต่อระหว่างส่วนต่างๆของเครนที่ยึดกันด้วยหมุดยึด (Pin หรือ Bolt) จึงต้องไปตรวจสอบในพื้นที่ว่า จุดที่เครนหักตรงกลางตรงกับจุดต่อหรือไม่ และมีความบกพร่องในเรื่องการประกอบติดตั้งเครนหรือไม่

ทั้งนี้ การถล่มของเครนลอนเชอร์พระราม 2 มีความแตกต่างกันกับกรณีเครนถล่มทับรถไฟที่สีคิ้ว เนื่องจากกรณีพระราม 2 ที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นการหักที่ตัวเครนเอง ในขณะที่มีชิ้นส่วนเซกเมนต์ห้อยแขวนอยู่ แต่ในกรณีของเครนสีคิ้วนั้น เป็นการพังถล่มของชิ้นส่วนที่เป็นฐานรองรับเครน โดยที่ตัวเครนไม่ได้หักลงมา และการเป็นถล่มในระหว่างที่กำลังเคลื่อนย้ายเครนลอนเชอร์ไปยังช่วงถัดไป

ทั้งสองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาด้านมาตรฐานด้านความปลอดภัยของการก่อสร้างขนาดใหญ่ในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งไม่สามารถควบคุมได้ รัฐบาลจึงควรหยุดโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ใกล้พื้นที่สาธารณะไว้ก่อน และกลับมาทบทวนมาตรฐานความปลอดภัยทั้งหมด รวมตั้งคณะกรรมการที่เป็นอิสระในการสอบสวนสาเหตุ และบังคับใช้กฎหมายลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวดต่อไป รวมทั้งในอนาคตข้างหน้าจำเป็นต้องมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับการก่อสร้างขนาดใหญ่ในพื้นที่สาธารณะ

cr ภาพ : FB: Nisa Sangwilai