ทล. ขยาย 4 เลนแนวใหม่ บนทางหลวงหมายเลข 12 สายกาฬสินธุ์ บรรจบทางหลวงหมายเลข 12 (บ้านนาไคร้) – อำเภอคำชะอี ระยะทาง 115. กม. แล้วเสร็จตลอดสาย

กรมทางหลวง โดยสำนักก่อสร้างทางที่ 2 ดำเนินการโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 12 แนวใหม่ สายกาฬสินธุ์ – บรรจบทางหลวงหมายเลข 12 (บ้านนาไคร้) – อำเภอคำชะอี ระยะทางประมาณ 115. 6 กิโลเมตร แล้วเสร็จตลอดสาย

สราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า ทล. โดยสำนักก่อสร้างทางที่ 2 ดำเนินการโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 12 แนวใหม่ สายกาฬสินธุ์ – บรรจบทางหลวงหมายเลข 12 (บ้านนาไคร้) – อำเภอคำชะอี ระยะทางประมาณ 115. 6 กิโลเมตร แล้วเสร็จตลอดสาย

สำหรับโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 12 แนวใหม่ สาย กาฬสินธุ์ – บรรจบทางหลวงหมายเลข 12 (บ้านนาไคร้) – อำเภอคำชะอี เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม ขนส่งตามแนวตะวันออกและตะวันตกกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งแนวเส้นทางเดิมบางช่วงเป็นทางหลวงขนาด 2 ช่องจราจร ปัจจุบันมีปริมาณการจราจรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับข้อจำกัดของสภาพพื้นที่และชุมชนในการขยายทางหลวง ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทาง ทล. เล็งเห็นความสำคัญนี้ จึงดำเนินการศึกษาและออกแบบทางหลวงสายใหม่ระยะทางทั้งหมดประมาณ 115.6 กิโลเมตร เพื่อรองรับการเดินทางในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และมุกดาหาร ให้มีแนวทางที่เหมาะสมและเป็นการลดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด โดยแบ่งโครงการก่อสร้างเป็น 5 ตอน ดังนี้

1. สายกาฬสินธุ์ – บรรจบทางหลวงหมายเลข 12 (บ้านนาไคร้) ตอน 1 ลำน้ำพาน – บ้านหลุบ ระยะทางประมาณ 7.867 กิโลเมตร

2. สายกาฬสินธุ์ – บรรจบทางหลวงหมายเลข 12 (บ้านนาไคร้) ตอน 2 ส่วนที่ 1 ระยะทางประมาณ 35.722 กิโลเมตร

3. สายกาฬสินธุ์ – บรรจบทางหลวงหมายเลข 12 (บ้านนาไคร้) ตอน 2 ส่วนที่ 2 ระยะทางประมาณ 35.714 กิโลเมตร

4. สายบ้านนาไคร้ – อำเภอหนองสูง ระยะทางประมาณ 16.6 กิโลเมตร

5. สายอำเภอหนองสูง – อำเภอคำชะอี ระยะทางประมาณ 19.708 กิโลเมตร

ลักษณะโครงการเป็นทางหลวงแนวใหม่ เขตทางกว้าง 60 เมตร (ส่วนใหญ่) ก่อสร้างตามมาตรฐานชั้นทางพิเศษผิวจราจรแอสฟัลท์คอนกรีต (AC) ขนาด 4 ช่องจราจรไปกลับ กว้างช่องละ 3.5 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.5 เมตร ไหล่ทางด้านในกว้าง 1.5 เมตร แบ่งทิศทางจราจรด้วยเกาะกลางแบบกดร่อง (Depressed Median) กว้าง 12.1 เมตร พร้อมทั้งติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย และงานไฟฟ้าแสงสว่าง งบประมาณโครงการทั้งสิ้น 5,881 ล้านบาท

ทั้งนี้โครงการก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคมขนส่งบนเครือข่ายทางหลวง ส่งเสริมการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ เช่น การเกษตร การบริการ การขนส่ง รองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นการบูรณาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการพัฒนาในเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก – ตะวันตก (East – West Corridor) กับประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ เมียนมา ไทย สปป.ลาว และเวียดนาม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *