ครม. อนุมัติงานก่อสร้างโครงการมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 ส่วนต่อขยายเชื่อมต่อสนามบินอู่ตะเภา รองรับการจราจรสนามบินในปี’68

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.256ถ ที่มีพล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล โดย ครม.มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงคมนาคม (คค.) เสนอให้กรมทางหลวงดำเนินงานก่อสร้างโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 ส่วนต่อขยายเชื่อมต่อสนามบินอู่ตะเภา (ส่วนต่อขยายฯ) ของกรมทางหลวง ในวงเงินรวมทั้งสิ้น 4,508 ล้านบาท โดยให้กระทรวงการคลัง (กค.) จัดหาเงินกู้ตามแผนบริหารหนี้สาธารณะ และให้สำนักงบประมาณ (สงป.) จัดสรรงบประมาณสำหรับค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน วงเงิน 108 ล้านบาท รวมถึงเงินงบประมาณสมทบกับแหล่งเงินกู้ โดยอัตราส่วนของแหล่งเงินกู้และเงินงบประมาณสมทบให้เป็นไปตามที่ กค. ทำความตกลงกับแหล่งเงินกู้

สาระสำคัญของเรื่อง

โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 ส่วนต่อขยายเชื่อมต่อสนามบินอู่ตะเภา (โครงการฯ) มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการจราจรที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตบริเวณสนามบินอู่ตะเภาและมืองการบินภาคตะวันออก ซึ่งสนามบินอู่ตะเภาจะเปิดให้บริการเป็นสนามบินนานาชาติเชิงพาณิชย์หลักแห่งที่ 3 ในปี พ.ศ.2568 โดยจะเป็นการก่อสร้างทางยกระดับเชื่อมต่อจากทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 ถัดจากด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอู่ตะเภาเข้าสู่อาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 ของสนามบินอู่ตะเภา (ไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางเพิ่ม) รวมถึงทางเลี้ยวและทางแยกต่างระดับบริเวณจุดตัดกับถนนสุขุมวิท มูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้น 4,508 ล้านบาท แบ่งเป็น 1) ค่าก่อสร้างค่าจ้างที่ปรึกษาควบคุมงาน และเงินเผื่อเหลือเผื่อขาด รวม 4,400 ล้านบาท ใช้จ่ายจากเงินกู้ตามแผนบริหารหนี้สาธารณะ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแล้ว เมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2564 ดำเนินการโดยกระทรวงการคลัง (กค.) และเงินงบประมาณสมทบ (อัตราส่วนของแหล่งเงินกู้และเงินงบประมาณสมทบขึ้นอยู่กับความตกลงระหว่าง กค. และแหล่งเงินกู้) และ 2) ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน จำนวน 108 ล้านบาท ใช้จ่ายจากเงินงบประมาณ ระยะเวลาก่อสร้างระหว่างปี พ.ศ.2565 – 2567 เพื่อให้สอดรับกับโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาซึ่งจะเปิดให้บริการในปี พ.ศ.2568

ทั้งนี้ รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (รายงาน EIA) ของโครงการฯ อยู่ระหว่างปรับปรุงแก้ไขและเพิ่มเติมข้อมูลตามความเห็นของคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการโครงสร้างพื้นฐานทางบกและทางอากาศ (คชก.) ในคราวประชุมครั้งที่ 6/2565 เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2565 และเมื่อ คชก. เห็นชอบรายงาน EIA ที่แก้ไขแล้ว จะเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป ในส่วนของการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินอยู่ระหว่างดำเนินการขอใช้ที่ดินของส่วนราชการ และออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *