เอพี ไทยแลนด์ เปิดตัว 17 บ้านโมเดลใหม่ พร้อม 18 โครงการคุณภาพ ปั้นแบรนด์น้องใหม่ “MODEN” รุกโซนปริมณฑล เจาะกลุ่ม Gen M และ Gen Z

กรุงเทพฯ25 กรกฎาคม 2565 : รัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มสินค้าบ้านเดี่ยว หนึ่งในคีย์แมนคนสำคัญของ บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่กลุ่มธุรกิจพัฒนาบ้านเดี่ยวสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดต่างๆ โดยเฉพาะการบริหารจัดการในสภาวะวิกฤตการณ์แพร่ระบาด ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจบ้านเดี่ยวแต่อย่างใด โดยวันนี้บ้านเดี่ยวเอพี ยังถือครองส่วนแบ่งตลาด (Market Share) มากสุดเป็นอันดับ 1 ด้วยจำนวนยูนิตที่ขายได้มากสุดในตลาดบ้านเดี่ยวในเมืองและปริมณฑล (รอบปี พ.ศ. 2558 – 2564) ควบคู่กับการเติบโตที่ไม่หยุดนิ่ง ทั้งในมิติจำนวนและมูลค่าการพัฒนาโครงการใหม่ โดยปี 2565 ถือเป็นปีที่บ้านเดี่ยวเปิดตัวโครงการมากสุดถึง 23 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 32,650 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าถ้าเทียบจากปีก่อนหน้า รวมถึงสัดส่วนการกระจายโครงการที่ครอบคลุมพื้นที่ที่มากขึ้น ซึ่งคาดว่าปีนี้บ้านเดี่ยวเอพีจะมีโครงการปูพรมในทุกพื้นที่มากกว่า 50 โครงการ แบ่งเป็นโครงการใหม่ 23 โครงการ และโครงการที่มีอยู่โซนกรุงเทพฯ และปริมณฑล อีก 33 โครงการ ซึ่งครอบคลุมทุก Location

รัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มสินค้าบ้านเดี่ยว บมจ. เอพี ไทยแลนด์

“ปัจจัยหลักที่ผลักดันให้บ้านเดี่ยวเอพีเติบโตอย่างไม่หยุดนิ่ง มาจากทิศทางการพัฒนาสินค้าที่ชัดเจนในการสร้างความต่างในเรื่องของ Product Offering และ Price Package เราให้ความสำคัญอย่างมากกับการพัฒนาตัวบ้าน จะต้องตอบได้ในเรื่องความคุ้มค่าทั้งในมิติด้านพื้นที่ใช้สอยไม่ว่าจะเป็นงานสถาปัตยกรรมภายนอกที่ต้องส่งผลต่อพื้นที่ภายใน ตลอดจนพื้นที่ส่วนกลาง และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ บ้านเดี่ยวเอพีจะต้องส่งมอบความรู้สึกที่มากกว่า ควบคู่ไปกับแกเกจราคาขายที่ลูกค้ารับได้ เมื่อเทียบกับซัพพลายที่เสนอขายอยู่ในทำเลเดียวกัน” รัชต์ชยุตม์ กล่าว

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงดำเนินการตามแผนเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในกลุ่มสินค้าบ้านเดี่ยวอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวโครงการใหม่ในทำเลที่ชำนาญ ทั้งทดแทนโครงการเก่าที่ปิดการขายลง หรือการขยายไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ขณะที่ความท้าทายใหม่ของปีนี้คือการนำบ้านเดี่ยวเอพีบุกเข้าไปยังตลาดใหม่ๆ ในกลุ่มราคา 3-5 ล้านบาท ภายใต้กลยุทธ์ Market Penetration เพื่อสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดอีกครั้ง โดยการรุกตลาดใหม่ครั้งนี้จะเป็นการเข้าไปในทำเลใหม่ๆ ที่ยังไม่มีสินค้าในพอร์ตเอพี ด้วยแบรนด์สินค้าที่พัฒนาขึ้นใหม่ที่ชื่อว่า MODEN (โมเดน) ภายใต้มาตรฐานที่ไม่ต่างจากบ้านเดี่ยวเอพีในแบรนด์อื่นๆ

“ตลาดบ้านเดี่ยวระดับราคา 3-5 ล้านบาท ถือเป็นอีกตลาดที่น่าสนใจ ด้วยจำนวนซัพพลายที่เกิดขึ้นจากดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่ยังมีไม่มาก เราจึงอยากใช้ความชำนาญและความเชี่ยวชาญที่เรามีสร้างโอกาสในการเติบโต และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับพอร์ตสินค้าบ้านเดี่ยวเอพีเรา ควบคู่ไปกับการส่งมอบตัวเลือกใหม่ๆ ให้ลูกค้าได้เลือกชีวีตดีๆ ที่ต้องการ ซึ่งเราเชื่อว่าการเปิดตัวแบรนด์ MODEN ในครั้งนี้จะได้รับการตอบรับที่ดี ไม่ต่างจากแบรนด์บ้านเดี่ยวอื่นๆ ของเราที่ประสบความสำเร็จ รัชต์ชยุตม์ กล่าว

ด้านพิมพรรณ ปรีชานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานบริหารแบรนด์และพัฒนาสินค้าบ้านเดี่ยว บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันความท้าทายของการพัฒนาสินค้าบ้านเดี่ยวมาถึงจุดที่ยกระดับไปมากกว่า เรื่องของทำเลที่ตั้ง และเรื่องของฟังก์ชันการใช้งาน ซึ่งรูปแบบการใช้พื้นที่ของคนกับฟังก์ชันการใช้งานได้เปลี่ยนแปลงไป โดยสถานการณ์ COVID-19 ได้กระตุ้นให้เกิดเทรนด์ Home Nesting ขึ้น คือการเนรมิตให้บ้านต้องเป็นทุกอย่างได้ คำว่าที่ทำงาน ก็ลงรายละเอียดไปได้อีกว่า อาจจะไม่ไช่แค่โต๊ะนั่งประชุมทำงานอย่างเดียว สามารถปรับ เป็นสตูดิโอ มุมพักผ่อนในบ้าน ตลอดจนเป็นคาเฟ่เล็กๆ ส่งผลให้การออกแบบบ้านต้องให้ความสำคัญในเรื่อง Flexible Space มากขึ้น ปรับเปลี่ยนได้ ใช้งานได้จริง

โดยบริษัทฯ ยังคงยึดถือปรัชญา FUNCTIONAL IS เป็นจุดยืนสำคัญในการพัฒนาบ้านเดี่ยวเครือเอพีทุกแบรนด์ เพื่อให้บ้านเดี่ยวเอพีเป็นบ้านที่เข้าใจทุกชีวิต ภายใต้ 3 แนวคิดสำคัญที่เป็นกรอบการทำงานที่ผลักดันให้บ้านเดี่ยวเครือเอพีประสบความสำเร็จเสมอมา ประกอบด้วย

1.Harmonious Living for All สร้างพื้นที่ส่วนตัว กับพื้นที่ของทุกคนให้เกิดขึ้น แนวคิดที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้านเอพีที่ไม่ใช่แค่คำว่า “พื้นที่ใช้สอย” แต่เป็น “พื้นที่ที่ตอบทุกคนในบ้าน” ยกตัวอย่าง การสร้างพื้นที่ส่วนตัวไม่ใช่แค่การมีห้องนอนส่วนตัว แต่หมายถึงการออกแบบมุมต่างๆ ภายในบ้าน ให้สามารถใช้เป็นพื้นที่ส่วนตัวในพื้นที่ส่วนรวมได้ อย่าง THE CITY ดีไซน์ใหม่ นอกจากการออกแบบพื้นที่ชั้น 1 ให้มี Double Volume เชื่อมต่อพื้นที่แนวตั้งแล้ว บ้านหน้ากว้างยังสะท้อนให้ทุกพื้นที่ภายในเกิดการเชื่อมต่อเข้าหากัน เป็นได้ทั้งพื้นที่อ่านหนังสือ พื้นที่ทำงาน พื้นที่รับแขก หรือโต๊ะอาหารสำหรับทุกสมาชิก รวมถึงการรองรับเทรนด์ผู้สูงอายุ กับการจัดวางพื้นที่ห้องนอนชั้น 1 ให้ใกล้กับจุดจอดรถ

2.Spaces with Function-led Aesthetic มากกว่าความสวยงาม แต่ทุกพื้นที่คือการใช้งานได้จริง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของทีมออกแบบ ด้วยการคำนึงถึงการใช้งานได้จริง ที่เริ่มต้นตั้งแต่กระบวนการจัดวางผังโครงการ เพื่อให้เกิดเป็น Smart Space Smart Layout เช่น การจัดวางพื้นทีในบ้านแบรนด์ CENTRO ดีไซน์ใหม่ ที่เปลี่ยนวิธีคิดในการจัดวาง 3 ฟังก์ชันหลักในชั้น 1 อย่างพื้นที่จอดรถ พื้นที่เก็บของนอกบ้าน และมุมมองทางเข้าบ้านใหม่ จนเกิดพื้นที่ใช้สอยในมิติใหม่จากพื้นที่ที่ทับซ้อนอยู่

3.Meaningful Innovations for Life การผสานเทคโนโลยีเข้ากับการอยู่อาศัย เพื่อสร้างคุณค่าและความหมายให้กับชีวิต แนวคิดนี้อยู่บนความเชื่อที่ว่านวัตกรรม คือการเพิ่มความลงตัวให้การใช้ชีวิต จนนำมาสู่คอนเซ็ปต์ HYBRID LIVING ที่ถูกผสมผสานเข้าไปในทุกรายละเอียดของการอยู่อาศัยในบ้านเดี่ยวเอพี ทั้งในเรื่องของ Security นวัตกรรมการรักษาความปลอดภัยภายในบ้าน Comfort นวัตกรรมเพื่อความสะดวกสบายกับระบบสั่งการอัจฉริยะ Cost Saving นวัตกรรมเพื่อบริหารจัดการพื้นที่ส่วนกลาง Community นวัตกรรมที่ดูแลคอมมูนิตี้ตลอด 24 ชั่วโมง

“MODEN” แบรนด์น้องใหม่ บ้านเดี่ยวสำหรับคน Gen Z ที่มาพร้อมกับ 5 แบบบ้านที่ให้ความรู้สึกใหม่

พิมพรรณ กล่าวว่า ดังนั้นในครึ่งปีหลังนี้กลุ่มธุรกิจบ้านเดี่ยวเอพีจึงพร้อมเปิดตัว 17 แบบบ้านใหม่ เพื่อส่งมอบความรู้สึกใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น กับ 18 โครงการที่เตรียมพร้อมเปิดตัว ประกอบด้วย แบรนด์ THE CITY บ้านเดี่ยวเซกเมนต์ไฮเอนด์ ขนาดที่ดิน 100-127 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 386-560 ตารางเมตร ราคา 12-20 ล้านบาท แบรนด์ CENTRO บ้านเดี่ยวดีไซน์โมเดิร์นสำหรับการเริ่มต้นครอบครัวเซกเมนต์กลางบน ขนาดที่ดิน 50-62 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 203-305 ตารางเมตร ราคา 5-12 ล้านบาท และแบรนด์น้องใหม่ “MODEN” บ้านเดี่ยวสำหรับคน Gen Z ที่มาพร้อมกับ 5 แบบบ้านที่ให้ความรู้สึกใหม่ ขนาดที่ดิน 50-54 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 163-227 ตารางเมตร ในราคา 3-5 ล้านบาท

“หัวใจของการออกแบบพัฒนาโครงการในวันนี้และในอนาคตจึงเป็นเรื่องสำคัญที่แบรนด์ต้องกลับมาทำการบ้านในการออกแบบพื้นที่มากขึ้น รวมถึงการเข้าใจอินไซต์ของการใช้พื้นที่ที่แตกต่างกันของทุกสมาชิกในครอบครัว เพราะถ้าเราถอดรหัสความต้องการในการใช้พื้นที่จริงๆ ของบ้านหลังหนึ่งแล้วนั้น เราจะพบว่าทั้งเพศ วัย ไลฟ์สไตล์ ความต้องการพื้นที่ส่วนตัว และพื้นที่ส่วนรวมภายในบ้านหนึ่งหลัง มีรายละเอียดที่การออกแบบจะต้องเข้าไปตอบโจทย์ ที่สำคัญวันนี้ลูกค้ากำลังมองหาบ้านที่มีพื้นที่ใหม่ๆ ให้ความรู้สึกที่ไม่น่าเบื่อ พื้นที่ที่สร้างประสบการณ์ในการอยู่อาศัยในมุมมองใหม่ที่ต่างไปจากเดิม” พิมพรรณ กล่าวเน้นย้ำ

สำหรับในไตรมาส 3 บริษัทฯ เตรียมเปิดตัวบ้านเดี่ยว 6 โครงการใหม่ มูลค่า 8,770 ล้านบาท ประกอบด้วยแบรนด์ THE CITY จำนวน 1 โครงการ ได้แก่ THE CITY บางนา จำนวน 167 ยูนิต มูลค่า 2,150 ล้านบาท และโครงการภายใต้แบรนด์ CENTRO จำนวน 5 โครงการ มูลค่า 6,620 ล้านบาท พร้อมกันนี้มีการสร้างสีสันการตลาดไตรมาส 3 ผ่านแคมเปญ THE NEIGHBOR ชวนคุณมาอยู่ด้วยกัน เป็นการต่อยอด จาก MINI SERIES YOUTUBER ที่ทำปีที่แล้ว และได้รับกระแสที่ดี คือการที่เราเชิญคนดัง และเหล่า YouTube ที่เค้าเป็นลูกบ้านเอพี เป็นคนที่ตัดสินใจซื้อ และใช้ชีวิตอยู่จริงมาถ่ายทอดเรื่องราวการใช้สเปซในบ้านเอพี

ทัวร์สเปซในบ้าน Virtual Home

THE NEIGHBOR MINI SERIES #ชวนคุณมาอยู่ด้วยกัน ปีนี้ได้ยกทัพคนดังและเหล่า YouTube ลูกบ้านเอพีตัวจริง เช่น ปุ้มปุ้ย-กวินท์, ส้ม-มารี, มาร์ช จุฑาวุฒิ, ณัฏฐ์ เทพหัสดิน, นับเงิน, เบียร์ เดอะ วอยซ์, กัปตัน-ควินท์, มด-ณปภัช ที่จะมาเปิดบ้าน และครั้งแรกที่พวกเขาจะได้เข้าไปทัวร์สเปซในบ้าน Virtual Home

พิมพรรณ กล่าวว่า บริษัทฯ เตรียมจะเปิดตัวโครงการภายใต้แบรนด์ MODEN ในช่วงไตรมาส 4 จำนวน 3 โครงการ มูลค่า 3,550 ล้านบาท ได้แก่ MODEN บางนา-ศรีนครินทร์, MODEN พระราม 2 ย่านพันท้ายนรสิงห์และ MODEN บางนา-เทพารักษ์ ระดับราคา 3-5 ล้านบาท

“ในครึ่งปีแรกของปี 2565 เอพี ไทยแลนด์ มียอดขายรวมแนวราบกว่า 20,570 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้เอพีตั้งเป้ายอดขายแนวราบในปี 2565 ที่ 38,000 ล้านบาท ในช่วงครึ่งปีแรกทำยอดขาย 54% ซึ่งเกินครึ่ง คาดว่าจบปี 2565 ยอดขายจะไม่ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้แน่นอน” รัชต์ชยุตม์ กล่าวสรุป

Leave a Reply

Your email address will not be published.