การใช้เทคโนโลยีป้องกันอัคคีภัย เพิ่มความปลอดภัยให้อาคารมากขึ้น

ป้องกันการเกิดเพลิงไหม้ได้อย่างครอบคลุมด้วยการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการตรวจจับความผิดปกติ พร้อมทั้งการดำเนินการตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที

เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย

การเกิดเพลิงไหม้อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งปัจจุบันมาตรฐานที่มี ช่วยสร้างความมั่นใจได้ว่าอาคารจะได้รับการปกป้องอย่างถูกวิธีจากเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดจากกระแสไฟฟ้าเกินซึ่งมีสาเหตุมาจากการเกิดโอเวอร์โหลดและลัดวงจร

อย่างไรก็ตาม การเกิดเพลิงไหม้จากกระแสไฟฟ้าเกินยังอาจเกิดจากความผิดพลาดระหว่างการติดตั้ง เช่น การเดินสายหลวมหรือใช้แผงวงจรเก่า ซึ่งระบบป้องกันกระแสไฟเกินจะไม่สามารถตรวจจับเรื่องเหล่านี้ได้ จริงๆแล้วฉนวนที่ชำรุดหรือสึกหรอเป็นสาเหตุของเพลิงไหม้จากระบบไฟฟ้าภายในอาคารโดยคิดเป็นอัตรา 14 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอาคารขนาดใหญ่ที่มีการติดตั้งสายไฟจำนวนมากจะยิ่งเกิดความเสี่ยงมากขึ้น

ยังคงมีจุดบอดที่ไม่สามารถมองข้ามได้ ผู้จัดการอาคารหรือวิศวกรที่ปรึกษาทำได้เพียงเล็กน้อยในการปกป้องอาคารหากเกิดเพลิงไหม้ ซึ่งความสูญเสียและการหยุดชะงักของธุรกิจอาจสร้างความเสียหายอย่างมาก

สำหรับการป้องกันสูงสุดนั้น จำเป็นต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมและเชื่อถือได้ซึ่งอยู่เหนือมาตรฐาน เพื่อป้องกันก่อนเกิดเพลิงไหม้ตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งหมายความว่ามีการป้องกันเสริมในส่วนของแผงสวิตช์และวงจรในการติดตั้งระบบไฟฟ้าในทุกกระดับ และเสริมความมั่นคงด้วยระบบตรวจสอบและจัดการอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินการได้ในเชิงรุก

ความเสี่ยงและความผิดปกติของฉนวนสายไฟมีให้เห็นมากขึ้นและอาจส่งผลต่อเนื่องที่ร้ายแรง โดยความผิดปกติของการเกิดประกายไฟที่มีความหนาแน่นต่ำ อาจเกิดจากสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นมากและความชื้นสูง ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้จนกระทั่งเสียชีวิตได้ หากไม่มีการป้องกันไว้ก่อนหน้านี้ การจะช่วยให้ความมั่นใจเรื่องการป้องกันความผิดปกติของฉนวนสายไฟ คือการใช้อุปกรณ์ป้องกันไฟรั่ว ซึ่งจะทำงานกรณีเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วลงดินเกิน 300mA

ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ ComPacT NSX และ NSXm ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค(Schneider Electric) ให้การป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วลงดินในลักษณะเดียวกับการป้องกันกระแสไฟฟ้าลัดวงจรและโอเวอร์โหลดแบบทั่วไป นอกจากนี้ โซลูชันดังกล่าวยังสามารถตรวจวัดกระแสไฟฟ้ารั่วลงดินอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมต่อเข้ากับระบบตรวจสอบ ก็จะช่วยเรื่องการแจ้งเตือนล่วงหน้า อีกทั้งคอยตรวจสอบการเกิดความต่างศักย์ของฉนวนไฟฟ้า

นอกจากนี้ วงจรที่เชื่อมต่อกับโหลดปลายทางมีการแนะนำตามมาตรฐาน IEC60364 ว่าควรได้รับการป้องกันด้วยอุปกรณ์ตรวจสอบความผิดปกติของการเกิดอาร์ก (AFDD – Arc Fault Detection Device) ซึ่งเซอร์กิตเบรกเกอร์จะทำหน้าที่ตัดแหล่งจ่ายกระแสไฟฟ้าเมื่อตรวจเจอความผิดปกติของการเกิดอาร์กในวงจร โดยอุปกรณ์ AFDD จะหยุดจ่ายกระแสไฟฟ้าทันที ซึ่งจะช่วยหยุดความผิดปกติไม่ให้เกินจุดที่อุณหภูมิสูงจนเกิดเหตุเพลิงไหม้ได้

ตู้สวิตช์บอร์ดอาจเป็นจุดอันตรายสำหรับการเกิดเพลิงไหม้ สิ่งสำคัญที่อยากจะเน้นคือ การปฏิบัติตามกฎข้อบังคับด้านการออกแบบและการผลิตตู้สวิตช์บอร์ด อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงและปัญหาอันเนื่องมาจากการเชื่อมต่อยังสามารถเกิดขึ้น ด้วยปัจจัยสำคัญที่เป็นผลสืบเนื่องจากความต้านทานของจุดเชื่อมต่อในระบบไฟฟ้าก่อให้เกิดการเสื่อมสภาพ เป็นสาเหตุให้อุณหภูมิสูงขึ้น และทำให้พื้นผิวการเชื่อมต่อเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ก่อให้เกิดวงจรของปัญหาที่ทำให้ความต้านทานของหน้าสัมผัสเพิ่มขึ้นอีก ผลลัพธ์ของการที่ไม่สามารถควบคุมความร้อนได้จะกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้การเชื่อมต่อล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงอาจทำให้เกิดการระเบิดและเพลิงไหม้ได้

นอกจากนั้น ยังมีอีก 2-3 ทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการความมั่นใจเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัยของอุปกรณ์ตลอดช่วงอายุการใช้งานนั้น

  • การปรับปรุงจุดเชื่อมต่อให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มอุปกรณ์เสริมที่ผ่านการทดสอบและประกอบมาสำเร็จรูป เข้ากับสวิตช์บอร์ด เช่น ระบบ Linergy ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค หรือขั้วต่อพิเศษของอุปกรณ์ป้องกันการคลายตัวของจุดเชื่อมต่อ เช่น EverLink
  • การใช้ระบบตรวจวัดความร้อน เพื่อตรวจจับความผิดปกติที่จุดเชื่อมต่อและแจ้งเตือนเรื่องอุณหภูมิได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อติดตั้งสวิตช์เกียร์ในพื้นที่สำคัญ Easergy TH110 และ CL110 เซนเซอร์วัดความร้อน ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค จะทำหน้าที่วัดอุณหภูมิจุดเชื่อมต่อและแจ้งเตือนอุณหภูมิที่เหมาะสมได้อย่างแม่นยำ
  • ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กำลังพัฒนาเซนเซอร์อัจฉริยะ ที่สามารถตรวจจับอนุภาคก๊าซที่ปล่อยออกมาจากสายไฟเพื่อเตือนผู้ปฏิบัติงานในกรณีที่อุณหภูมิสูงถึงระดับที่เป็นอันตรายได้ก่อนที่จะเกิดวิกฤติ

อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงของการเกิดเพลิงไหม้อาจเพิ่มขึ้น อันเนื่องมาจากอุปกรณ์และส่วนประกอบต่างๆ ถูกใช้งานอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน ดังนั้น การเลือกช่วงเวลาของการซ่อมบำรุงได้อย่างเหมาะสมจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก อีกทั้งระบบคลาวด์และระบบช่วยวิเคราะห์ จะสามารถวิเคราะห์สภาพการใช้งาน สถานะและประวัติการทำงานของอุปกรณ์สำคัญได้ การแจ้งเตือนพร้อมการให้บริการแบบ 24/7 ทั้งนี้โซลูชัน EcoStruxure™ Asset Advisor ยังสามารถให้การวิเคราะห์พร้อมคำแนะนำตามเงื่อนไขได้ในลักษณะเชิงรุกผ่านการรายงานตามช่วงเวลา

การเกิดเหตุเพลิงไหม้เป็นสิ่งที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เมื่อคุณทำตามวิธีที่ถูกต้องสำหรับการป้องกันอัคคีภัยด้วยเครื่องมือที่ดีที่สุด จะช่วยรักษาชีวิตผู้คนและธุรกิจของคุณได้ หัวใจสำคัญคือการปฏิบัติตามแนวทาง โดยใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมช่วยตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลจากอุปกรณ์ในระบบไฟฟ้าของคุณทั้งหมดอย่างต่อเนื่อง วิธีดังกล่าวช่วยให้สามารถระบุความเสี่ยงที่เป็นปัจจัยหลักของการเกิดเพลิงไหม้ และดำเนินการแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว ด้วยกลยุทธ์ด้านการป้องกันอัคคีภัยแบบมืออาชีพที่เชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ ช่วยให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและมั่นคง

โดย

แมทเธีย กุเอลล็อท วิศวกรฝ่ายเทคนิคดีเด่น เชี่ยวชาญด้าน Low Voltage Applications ชไนเดอร์ อิเล็คทริค

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *