Wednesday, April 29, 2026
Latest:
News

เปิดฉากงาน “สถาปนิก’69” มหกรรมแสดงเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง พร้อมนิทรรศการงานสถาปัตยกรรมที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน คาดมีผู้เข้าชมงานกว่า 3 แสนคน

สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ บริษัท ทีทีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จัดงานสถาปนิก’69 ภายใต้แนวคิด “สติมา : ปัญญา : พร้อม(ท์) | SATI : WISDOM : PROMPT” เน้นวางรากฐานภูมิปัญญาใหม่ บนความเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งการทำงานและชีวิตที่ต้องปรับตัว ในขณะที่เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาท ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมพิเศษมากมาย อีกทั้งดึงผู้ประกอบการแบรนด์ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศร่วม 1,000 ราย ร่วมจัดแสดงนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อการออกแบบ-ก่อสร้างครบวงจรบนพื้นที่รวม 75,000 ตร.ม. คาดมีผู้เข้าชมงานกว่า 3 แสนคน ตลอด 6 วันของการจัดงานระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

อเส สุขยางค์ นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาวงการวิชาชีพต่างต้องเผชิญกับปัจจัยรบกวน (Disruptions) ทั้งสงคราม โรคระบาด และเศรษฐกิจที่ทำให้การจ้างงานยากขึ้น จนมาถึงการเข้ามาของ AI ที่สร้างความกังวลเรื่องการถูกแย่งงาน ซึ่งกระทบไปในหลากหลายสาขาอาชีพ จึงเกิดการปรับตัวต่อเนื่อง โดยสรุปคือ ตั้งสติรับมือ AI: ปรับตัวจากภูมิปัญญาดั้งเดิม สู่ความพร้อมในโลกยุคใหม่ ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างรวดเร็วจากปัจจัยรอบด้าน การจัดงานสถาปนิก’69 ครั้งนี้จึงจะเป็นพื้นที่ให้คนในวิชาชีพมาช่วยกันค้นหาว่า จุดสมดุลระหว่างมนุษย์และเทคโนโลยีคืออะไร เพื่อความยั่งยืนในอนาคต

สถาปนิก’69 ถือเป็นมหกรรมงานแสดงเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดและแสดงนิทรรศการงานสถาปัตยกรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดในอาเซียน ภายใต้แนวคิด “สติมา : ปัญญา : พร้อม(ท์) | SATI : WISDOM : PROMPT” ซึ่งเน้นการวางรากฐานภูมิปัญญาใหม่ บนความเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งการทำงานและชีวิตที่ต้องปรับตัว ในขณะที่เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาท และจะเป็นเวทียกระดับงานสถาปัตยกรรมไทยสู่สายตานานาชาติที่ครบวงจรและสมบูรณ์แบบที่สุด ด้วยพื้นที่จัดแสดงทั้งหมด 75,000 ตร.ม. โดยแบ่ง 70,000 ตร.ม. เป็นพื้นที่สำหรับให้ผู้แสดงสินค้าผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเพื่อการออกแบบและก่อสร้าง ซึ่งรวมผู้ผลิตผู้ประกอบการแบรนด์ชั้นนำของไทยและต่างประเทศร่วม 1,000 บริษัท

ส่วนพื้นที่อีกราว 5,500 ตร.ม. เป็นพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมของสมาคมฯ โดยรวบรวมผลงานจาก 4 องค์กรวิชาชีพสถาปัตยกรรม ได้แก่ สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย, สมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย, สมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย รวมถึงบริษัทสถาปนิก สมาชิกสมาคมฯ กว่า 120 บริษัท และสถาบันการศึกษาจากทั่วประเทศกว่า 40 แห่ง ร่วมจัดแสดงนิทรรศการอย่างยิ่งใหญ่ ทั้งนี้ คาดว่าจากความน่าสนใจของการจัดแสดงนิทรรศการ กิจกรรมเสวนาให้ความรู้ และการนำเสนอสินค้าบริการเพื่องานก่อสร้างที่ครบวงจร งานสถาปนิก’69 จะได้ผลตอบรับที่ดีมีผู้เข้าร่วมงานจากทั้งไทยและต่างประเทศตลอด 6 วันของการจัดงานรวมกว่า 325,000 คน

จาตุรนต์ กิ่งมิ่งแฮ ประธานจัดงานสถาปนิก’69 กล่าวว่า งานสถาปนิก’69 จะไม่ใช่แค่การจัดแสดงนิทรรศการแล้วจบไป แต่คือการวางหมุดหมายสำคัญ (Milestone) เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและส่งต่อองค์ความรู้ที่จะขับเคลื่อนวิชาชีพและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระยะยาว เพื่อพิสูจน์ให้เวทีโลกเห็นว่า สถาปัตยกรรมไทยมีศักยภาพในการปรับตัวและเติบโตอย่างมั่นคง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยีที่รวดเร็ว อีกทั้งมุ่งมั่นที่จะเป็นงานแสดงสินค้านวัตกรรมเพื่อการก่อสร้าง ออกแบบสถาปัตยกรรม ซึ่งเป็นที่ภาคภูมิใจงานสถาปนิกประเทศไทยเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน ต่อยอดผลักดันวงการวิชาชีพให้เป็นที่ยอมรับในสากลและก้าวสู่จุดหมายเป็น The Most Influential Architecture Exhibition in ASEAN หรืองานแสดงนิทรรศการสถาปัตยกรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดในอาเซียน

สำหรับนิทรรศการไฮไลท์และกิจกรรมภายในงานสถาปนิก’69 แบ่งออกเป็น 5 ส่วนหลัก ได้แก่ 1. THEME EXHIBITION ส่วนนิทรรศการหลัก 2. FORUM ส่วนของงานสัมมนา 3. THE FOUNDATION ส่วนนิทรรศการงานวิชาการ 4. INTELLIGENCE & COLLABORATION PLATFORM ส่วนนิทรรศการสุดยอดผลงานและความร่วมมือทางวิชาชีพ 5. ACTIVITIES AND SERVICES ส่วนงานพื้นที่กิจกรรมและบริการ ที่สำคัญและน่าสนใจมาก ๆ ยกตัวอย่าง THAI INTELLIGENCE จัดแสดงนิทรรศการที่แสดงถึงธีมการจัดงานเป็นหลัก ต่อมานิทรรศการ ASA ALL MEMBER – Thailand Only: สะท้อนสถาปัตยกรรมกับบริบทไทยไทย และ ASA EMERGING YOUNG ARCHITECTS IN THE AGE OF NEW DISRUPTIONS นิทรรศการแสดงผลงานของสถาปนิกคลื่นลูกใหม่ในยุคแห่งความเปลี่ยนแปลง เป็นต้น

ส่วนกิจกรรมสัมมนา หรือ FORUM แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.สัมมนาระดับนานาชาติ ASA INTERNATIONAL FORUM งานสัมมนาทางสถาปัตยกรรมที่รวบรวม Keynote Speakers ระดับนานาชาติ มาร่วมนําเสนอและแลกเปลี่ยนแนวคิดที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่าง “WISDOM” (ปัญญามนุษย์) และ “NEW INTELLIGENCE” (ปัญญาใหม่) ผ่านมุมมองและประสบการณ์ของสถาปนิกผู้มีชื่อเสียง ในหลากหลายหัวข้อน่าสนใจ และการสัมมนากลุ่มวิชาชีพ ASA INSPIRATION LAB รวบรวมนักออกแบบ สถาปนิกนักคิด และผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าจากทั้งประเทศไทยและนานาชาติ มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ แนวคิด และการทดลองใหม่ ๆ ที่กําลังขับเคลื่อนอนาคตของงานออกแบบ

ประธานจัดงานสถาปนิก’69 กล่าวว่า อีกหนึ่งโซนน่าสนใจต้องยกให้นิทรรศการสมาคมวิชาชีพ ซึ่งประกอบด้วย นิทรรศการสมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย (TIDA) นิทรรศการสมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย (TALA) ที่มาในหัวข้อ “TALA : ภูมิปัญญาไทย และปัญญาประดิษฐ์” นิทรรศการสมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย (TUDA) และนิทรรศการสมาคมสถาปนิกภูมิภาค และยังมีส่วนกิจกรรมบริการตัวอย่างเช่น ไตรภาคี (ASA / ACT/ CDAST) พื้นที่กลางนำเสนอรูปแบบสนับสนุนการร่วมมือกันระหว่างสามสถาบัน โดยสมาคมสถาปนิกสยามฯ ได้รับการสนับสนุนจากสภาสถาปนิก และ สภาคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย พร้อมกันนี้ยังมีคลินิกเตรียมสถาปัตย์ โดยสภาคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย (CDAST) ปิดท้ายด้วยกิจกรรมพิเศษ อาทิ ASA CLUB / ASA BOOK SHOP / ASA KIDS CLUB : KITBLOX & FAMILY CORNER KITBLOX / ASA NIGHT AWARDS CELEBRATION และ ASA DAY HEY พื้นที่ให้สมาชิกได้พบปะและทำกิจกรรมร่วมกัน

ศุภแมน มรรคา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้จัดงานสถาปนิก’69 กล่าวว่า งานในปีนี้ยังคงได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องจากผู้ประกอบการ แม้จะอยู่ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีความท้าทาย โดยปีนี้มีผู้แสดงสินค้าตอบรับเข้าร่วมจำนวน 913 บริษัท คิดเป็นสัดส่วนผู้แสดงสินค้าจากต่างประเทศ 10% โดยทวีปหลักมาจากเอเชียถึง 99.5% และอีก 0.5% มาจากยุโรป อาทิ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม ไต้หวัน อิตาลี โรมาเนีย และโครเอเชีย สะท้อนถึงการขยายตัวของเครือข่ายธุรกิจและการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าตลอด 6 วันจัดแสดงจะสามารถกระตุ้นยอดหมุนเวียนเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมออกแบบ-ก่อสร้างได้ถึง 22,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ข้อมูลการลงทะเบียนชมงานล่วงหน้าสะท้อนศักยภาพของงานในฐานะแพลตฟอร์มระดับภูมิภาค โดยส่วนใหญ่เป็นผู้เข้าชมภายในประเทศคิดเป็น 95% และมีผู้เข้าชมจากต่างประเทศ 5% ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้เข้าชมจากประเทศในทวีปเอเชียสูงถึง 78.34% ตามมาด้วยทวีปยุโรป 12.03% และทวีปอเมริกา 5.08% ตามลำดับ โดยคาดว่าตลอดระยะเวลา 6 วันของการจัดงาน จะมีผู้เข้าชมรวมกว่า 325,000 คน และกว่า 70% เป็นกลุ่ม Professional Visitors ได้แก่ สถาปนิก นักออกแบบ วิศวกร ผู้รับเหมา นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และตัวแทนจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ซึ่งเป็นกลุ่มผู้มีอำนาจตัดสินใจซื้อในอุตสาหกรรม

สำหรับไฮไลต์สำคัญของปีนี้ ได้แก่ Thematic Pavilion ซึ่งจัดขึ้นมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึง 8 พื้นที่ จากความร่วมมือระหว่างแบรนด์วัสดุก่อสร้างและสตูดิโอออกแบบชั้นนำ ได้แก่ WATSADUNIYOM x HAA Studio, VANACHAI x Studio Tofu, TODA x Supermachine Studio, PANEL PLUS x ACa Architects, HAFELE x Jenchieh Hung + Kulthida Songkittipakdee / HAS design and research, SCG x SaTa Na, BRT INTERTECH x Context Studio, ALUFRAME x Unknown Surface Studio พร้อมเปิดตัวรางวัล Thematic Pavilion Designer Choice Award เป็นครั้งแรก เพื่อยกระดับมาตรฐานการออกแบบและการมีส่วนร่วมของวงการ ขณะเดียวกันยังมี Palette of Materials Pavilion พื้นที่ไฮไลต์ใหม่ที่นำเสนอวัสดุในรูปแบบ Mood Board เสมือน “แผนที่แรงบันดาลใจ” ที่รวบรวมวัสดุกว่า 800 ชิ้น จากผลงานของดีไซเนอร์กว่า 40 สตูดิโอ เพื่อสร้างสรรค์พื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างและนักออกแบบเข้าด้วยกัน

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีเวทีประกวดนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์จากผู้แสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศที่นำมาเปิดตัวเป็นครั้งแรกจำนวนมาก อาทิ “Hafele Lighting Solution” ครั้งแรกกับนวัตกรรมแสงสว่างจาก Hafele กระเบื้องคอลเลกชันพิเศษจาก WDC, “Ds Milano” ลามิเนต ENF รายแรกในไทยจาก Decosource เป็นต้น สะท้อนให้เห็นว่างานสถาปนิกเป็นแพลทฟอร์มที่รวบรวมนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่ล้ำสมัยอย่างแท้จริง