News

การบินไทยปรับกลยุทธ์ธุรกิจ ยกระดับประสบการณ์การเดินทางแบบไร้รอยต่อ แย้มผลประกอบการ Q2 กำไรสุทธิ 1,537 ล้านบาท

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จัดงาน “THAI TALK” เพื่อนำเสนอแผนการดำเนินงาน การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ตลอดจนแผนขยายเครือข่ายเส้นทางบิน โดยมี ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ ร่วมเสวนา ณ สำนักงานใหญ่ การบินไทย

ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การบินไทยได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจให้มีความยืดหยุ่น เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก และประสบความสำเร็จในการรักษาเสถียรภาพทางการเงินและความสามารถในการทำธุรกิจ สะท้อนผ่านผลประกอบการของบริษัทฯ ในไตรมาส 2 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 1,537 ล้านบาท

“การบินไทยปรับตัวเร็ว บริหารยืดหยุ่น จัดการเที่ยวบินและที่นั่ง Capacity สภาพคล่องเงินสดค่อนข้างดีเพราะ Geopolitics เกิดตลอดเวลา มีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะเตรียมความพร้อมฝูงบินเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถทางการแข่งขัน” ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร การบินไทย กล่าว

นอกจากนั้น บริษัทฯ ได้วางแผนเพิ่มจำนวนเครื่องบินและปรับโครงสร้างฝูงบินให้มี 4 แบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารฝูงบินและเครือข่ายเส้นทางบิน ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ทั้งที่นั่ง ระบบสาระบันเทิง รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน เพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสาร

“การบินไทยจะปรับสัดส่วนฝูงบินให้เหลือ 4 แบบ ตอบโจทย์สายการบิน ปัจจุบันเครื่องแอร์บัส 330 ทั้งหมด 6 ลำใช้ชั่วคราว ล่าสุดมีแอร์บัส 321 ใช้ WiFi ได้ทั้ง 9 ลำ เพียงแค่พิมพ์ Last Name และเลขที่นั่ง สิ้นปีนี้จะจัดหาให้ได้ 15 ลำ สำหรับเครื่องบินชั้น First Class มีทั้งหมด 3 ลำ ให้บริการ 3 เส้นทางหลัก ได้แก่ ลอนดอน นาริตะ และคันไซ ในส่วนของที่นั่งจะพัฒนา Premium Business Class ทั้ง 86 ลำ โดยมีที่นั่งแถวหน้าสุดสามารถเปิด-ปิดประตูได้ คาดว่าลำแรกจะมากลางปี 2570 รวมทั้งจะมีที่นั่ง Premium Economy เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้โดยสารมากยิ่งขึ้น” ชาย เอี่ยมศิริ กล่าว

ด้าน กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในตารางการบินฤดูหนาว ปี 2569/2570 ระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม 2569 ถึง 27 มีนาคม 2570 การบินไทยจะให้บริการรวม 66 เส้นทาง ครอบคลุมทั้งเส้นทางระหว่างประเทศและภายในประเทศ

หนึ่งในเส้นทางใหม่คือ กรุงเทพฯ–ดานัง ประเทศเวียดนาม ให้บริการไป-กลับสัปดาห์ละ 14 เที่ยวบิน เริ่มวันที่ 1 ธันวาคม 2569 เพื่อเพิ่มทางเลือกแก่ผู้โดยสารทั้งกลุ่มท่องเที่ยวและธุรกิจ และรองรับความต้องการเดินทางระหว่างไทยและเวียดนามที่เพิ่มขึ้น โดยดานังเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของเวียดนาม

พร้อมกันนี้ การบินไทยจะเพิ่มความถี่เที่ยวบินในกลุ่มประเทศ CLMV ได้แก่ กรุงเทพฯ–เวียงจันทน์ และกรุงเทพฯ–ย่างกุ้ง เป็นสัปดาห์ละ 21 เที่ยวบินต่อเส้นทาง ขณะที่เส้นทาง กรุงเทพฯ–เสียมราฐ ให้บริการสัปดาห์ละ 7 เที่ยวบิน

สำหรับเครือข่ายการบินสู่ยุโรป การบินไทยให้บริการเส้นทาง กรุงเทพฯ–อัมสเตอร์ดัม สัปดาห์ละ 7 เที่ยวบิน เพื่อรองรับการเดินทางระหว่างประเทศไทยและเนเธอร์แลนด์ รวมถึงการเชื่อมต่อไปยังเมืองสำคัญในยุโรป พร้อมเพิ่มความถี่เส้นทาง กรุงเทพฯ–มิวนิก เป็นสัปดาห์ละ 10 เที่ยวบิน กรุงเทพฯ–ซูริก เป็นสัปดาห์ละ 11 เที่ยวบิน และกรุงเทพฯ–ปารีส เป็นสัปดาห์ละ 14 เที่ยวบิน

ขณะที่ในเอเชีย การบินไทยจะกลับมาให้บริการเส้นทาง กรุงเทพฯ–เซี่ยเหมิน สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน สอดคล้องกับการขยายเครือข่ายและฝูงบิน เพื่อเพิ่มทางเลือกและความสะดวกในการเดินทางแก่ผู้โดยสาร

กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ กล่าวต่อว่า นอกเหนือจากการขยายเครือข่ายบินแล้ว การบินไทยยังพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับผู้โดยสารแต่ละกลุ่ม โดยนำเสนอ “Junior Sky Explorers” โครงการสำหรับเด็กและครอบครัวที่ผสานการเรียนรู้เข้ากับความสนุกในโลกการบิน ผ่านสื่อและกิจกรรมบนระบบสาระบันเทิงบนเครื่องบิน (In-flight Entertainment: IFE) ผลิตภัณฑ์และของที่ระลึกจาก THAI Sky Shop รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับลูกค้ากลุ่มเด็ก เพื่อสร้างความผูกพันกับผู้โดยสารรุ่นใหม่ในระยะยาว

ในส่วนของผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยว โปรแกรมท่องเที่ยวเอื้องหลวง Royal Orchid Holidays นำเสนอโปรแกรมท่องเที่ยวปากีสถานแบบเจาะลึก ครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ มรดกทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และประสบการณ์ท้องถิ่นที่ได้รับการคัดสรร เพื่อเชื่อมโยงบริการเที่ยวบินกับประสบการณ์ ณ จุดหมายปลายทางอย่างครบวงจร

การบินไทยเชื่อมั่นว่าการเชื่อมโยงเครือข่ายเส้นทางบินที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ผู้โดยสาร จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของการบินไทยอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้โดยสารและพันธมิตรทั่วโลก