‘ไฮล์ เทรลเลอร์ เอเซีย’ ต่อยอดวิศวกรรมขนส่งเชื้อเพลิง สู่อุตสาหกรรมใหม่ ชูไทยเป็นฐานผลิตขับเคลื่อนตลาดโลก
ไฮล์ เทรลเลอร์ เอเซีย จัดงานครบรอบ 125 ปี ภายใต้แนวคิด “Built in Asia, Trusted Globally” วางกลยุทธ์ 3 ปี รุกตลาดโลกจากฐานผลิตไทย ขยายผลิตภัณฑ์เจาะอุตสาหกรรมใหม่ ผนึกเครือข่ายพันธมิตร–ต่อยอดบริการตลอดอายุใช้งาน
“ไฮล์ เทรลเลอร์ เอเซีย” หนึ่งในบริษัทชั้นนำผู้ผลิตแท็งก์และรถกึ่งพ่วงขนส่งสินค้าอันตรายเฉพาะทาง ดำเนินธุรกิจภายใต้กลุ่มบริษัทแม่จากประเทศสหรัฐอเมริกากว่า 125 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1901 จนปัจจุบันบริษัทฯ สามารถส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยัง 85 ประเทศทั่วโลก และสามารถผลิตสินค้าที่สอดคล้องกับข้อกำหนดและกฎหมายควบคุมการขนส่งวัตถุอันตรายของแต่ละภูมิภาคอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐาน DOT ของสหรัฐอเมริกา ตลอดจนมาตรฐาน EC Standard และ ADR ของทวีปยุโรปและเอเชีย
แผน 3 ปี โต 30% ดันส่งออกเกินครึ่ง

นิโคลัส หลิง ประธาน บริษัท ไฮล์ เทรลเลอร์ เอเซีย เปิดเผยว่า บริษัทฯ ก่อตั้งขึ้นในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2539 โดยตั้งเป้าการเติบโตต่อปีที่ 10–15% ภายในระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2570–2572 เพื่อบรรลุเป้าหมายการเติบโตรวม 30% พร้อมผลักดันสัดส่วนรายได้จากการส่งออกให้มากกว่า 50% ของรายได้รวม โดยมีประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร และยุโรป เป็นตลาดเป้าหมายสำคัญสำหรับการขยายธุรกิจในระยะต่อไป
เพื่อรองรับแผนการเติบโตดังกล่าว บริษัทฯ เตรียมเสริมศักยภาพด้านการผลิตและวิศวกรรมในประเทศไทย ขยายช่องทางการจัดจำหน่าย และแต่งตั้งพันธมิตรทางธุรกิจรายใหม่ในทวีปแอฟริกาและยุโรป โดยมุ่งสร้างการเติบโตผ่านการขยายตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้รองรับการใช้งานที่หลากหลาย และการเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการด้านเทคนิคและบริการหลังการขาย
สงครามดันความต้องการขนส่งเชื้อเพลิง ยอดสั่งซื้อพุ่ง 300%
อย่างไรก็ตาม แม้ธุรกิจหลักของบริษัทฯ จะผูกโยงกับการขนส่งน้ำมันและก๊าซ ทว่าสถานการณ์ความขัดแย้งและสงครามระหว่างประเทศกลับส่งผลในทิศทางตรงกันข้าม โดยบริษัทฯ มียอดการติดต่อสอบถามและสั่งซื้อสินค้าจากทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 300% ในช่วง 5–6 เดือนที่ผ่านมา
สาเหตุที่บริษัทฯ ได้รับอานิสงส์บวกจากความขัดแย้งดังกล่าว นิโคลัส อธิบายว่า ปัจจัยหลักเกิดจากผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ทำหน้าที่เป็นระบบโลจิสติกส์ขั้นสุดท้ายบนถนนที่ลำเลียงเชื้อเพลิงจากสถานีหรือคลังไปสู่สถานีบริการและผู้ใช้งานปลายทาง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จำเป็นและเป็นที่ต้องการในทุกสภาวะ
ขณะเดียวกันผู้ผลิตในยุโรปบางแห่งเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานจนกระทบความสามารถในการผลิต แต่ไฮล์ เทรลเลอร์ เอเซีย กลับมียอดติดต่อสอบถามและคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น เนื่องจากอยู่ในโซนที่ไม่มีปัญหาด้านพลังงาน สถานการณ์ดังกล่าวจึงเป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนโอกาสขยายตลาดของบริษัทฯ จากฐานการผลิตในประเทศไทย
เจาะดาต้าเซ็นเตอร์–การบิน ขยายฐานธุรกิจน้ำมันและก๊าซ
นอกจากการเติบโตในตลาดขนส่งเชื้อเพลิง ไฮล์ เทรลเลอร์ เอเซีย ยังมุ่งนำความเชี่ยวชาญจากธุรกิจดั้งเดิมมาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์และงานเฉพาะทางสำหรับอุตสาหกรรมที่หลากหลายขึ้น ทั้งการขนส่งสินค้า อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ระบบระบายความร้อนสำหรับศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center และอุตสาหกรรมการบิน
สำหรับการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ด้านการขนส่งอุปกรณ์ก่อสร้างและการทำถนน สามารถสร้างอัตราการเติบโตได้สูงถึง 9–10% ต่อปี สวนทางกับค่าเฉลี่ยการเติบโตตามจีดีพีของดาต้าเซ็นเตอร์ในสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ที่ราว 3–3.5% ต่อปี
วางไทยฐานผลิตหลักอาเซียน

นิโคลัส กล่าวอีกว่า ประเทศไทยยังเป็นฐานสำคัญในกลยุทธ์การเติบโตระดับนานาชาติของบริษัทฯ ด้วยความพร้อมด้านการผลิตและวิศวกรรม บุคลากรที่มีประสบการณ์ ห่วงโซ่อุปทานที่ครบวงจร และทำเลที่ตั้งซึ่งเอื้อต่อการให้บริการลูกค้าทั้งในภูมิภาคและตลาดต่างประเทศ
ปัจจุบัน ไฮล์ เทรลเลอร์ เอเซีย มีฐานการผลิตหลักตั้งอยู่ที่อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นับเป็นฐานการผลิตขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยสามารถผลิตได้ประมาณ 80 คันต่อเดือน ภายใต้เงื่อนไขการผลิตรุ่นมาตรฐาน 1–2 โมเดล
อย่างไรก็ตาม หากเป็นคำสั่งซื้อที่ต้องปรับแต่งเฉพาะและมีการผลิตผสมกันมากกว่า 10 โมเดล กำลังการผลิตจะเปลี่ยนแปลงตามความซับซ้อนของชิ้นงานและกระบวนการผลิต ตัวเลขกำลังการผลิตจึงต้องพิจารณาควบคู่กับรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าสั่งซื้อในแต่ละช่วงเวลา
ลงทุน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐตั้งศูนย์ศรีราชา ต่อยอดบริการหลังการขาย
ด้านการพัฒนาฐานการผลิต บริษัทฯ ได้ลงทุน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จัดตั้งศูนย์อะไหล่ บริการ และซ่อมบำรุงศรีราชา (Sriracha Parts, Service and Repair Center: PSRC) จังหวัดชลบุรี ซึ่งเปิดให้บริการแล้ว เพื่อรองรับลูกค้าในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และพื้นที่อุตสาหกรรมใกล้เคียง
ศูนย์ดังกล่าวช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงอะไหล่แท้ บริการตรวจเช็ก และงานซ่อมบำรุงได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยรองรับรถเทรลเลอร์ทุกยี่ห้อ ครอบคลุมทั้งงานบำรุงรักษาและการซ่อมแซมความเสียหายรุนแรง จึงเป็นโอกาสขยายฐานลูกค้าของธุรกิจบริการให้กว้างขึ้น
“บริษัทฯ คาดว่าการเปิดศูนย์แห่งนี้จะช่วยผลักดันรายได้จากบริการหลังการขายให้เติบโตประมาณ 30–40% พร้อมวางให้เป็นโครงการนำร่องสำหรับขยายเครือข่ายบริการไปยังภาคเหนือและภาคใต้ในอนาคต” นิโคลัส กล่าว
ผนึกพันธมิตรเทคโนโลยี รองรับงานขนส่งเฉพาะทาง

เครือข่ายพันธมิตรด้านธุรกิจและเทคโนโลยีเป็นอีกส่วนสำคัญในการสนับสนุนแผนขยายตลาด โดยไฮล์ เทรลเลอร์ เอเซียร่วมมือกับพันธมิตรที่ดำเนินธุรกิจร่วมกันมาอย่างยาวนาน ได้แก่ SHANGHAI EASY ALUMINUM INDUSTRY, HENDRICKSON, BPW, FUWA, OPW, LIQUIP และ DESEINOR
ความเชี่ยวชาญของพันธมิตรครอบคลุมตั้งแต่วัสดุน้ำหนักเบา ระบบช่วงล่างและชุดล้อ ไปจนถึงชิ้นส่วนอุปกรณ์และระบบความปลอดภัย ซึ่งบริษัทนำมาเชื่อมกับการออกแบบและผลิตรถเทรลเลอร์ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ด้านความปลอดภัย ความทนทาน และประสิทธิภาพการใช้งาน
สำหรับการขยายสู่งานขนส่งเฉพาะทางที่มีเงื่อนไขแตกต่างกันในแต่ละอุตสาหกรรม การผสานองค์ความรู้ด้านวัสดุ ส่วนประกอบ และวิศวกรรมการผลิต จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้บริษัทฯ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้หลากหลายขึ้น โดยมีฐานผลิตไทย เครือข่ายพันธมิตร และบริการหลังการขายเป็นองค์ประกอบร่วมในการขับเคลื่อนแผนเติบโตระยะ 3 ปี

