News

สมาคมวิศวกรชี้ “ฐานรองเครน” ต้นตอถล่มซ้ำ สีคิ้ว–พระราม 2 ตอกย้ำความล้มเหลวของระบบคุมงาน

อุบัติเหตุเครนถล่มที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อโครงการก่อสร้าง แต่ยังคุกคามความปลอดภัยของประชาชนโดยตรง จากจำนวนยอดผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บมากกว่า 160 ราย  ล่าสุด สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทยเปิดผลตรวจสอบเหตุเครนถล่มที่สีคิ้วและถนนพระราม 2 พบสาเหตุสำคัญจากความบกพร่องด้านโครงสร้างและการควบคุมงาน

ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย เปิดเผยในรายการ “เจาะข่าวเช้านี้” ทาง Chula Radio Plus ว่า สมาคมฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเครนถล่มทั้งที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา และบริเวณถนนพระราม 2 พบว่าสาเหตุเบื้องต้นมีลักษณะคล้ายคลึงกัน คือเกิดจาก “ฐานรองเครน” ซึ่งเป็นจุดวิกฤตของโครงสร้าง โดยกรณีสีคิ้วฐานรองเครนร่วงลงมาทับรถไฟถึง 2 ตัว ขณะที่กรณีพระราม 2 ฐานรองเครนด้านขวาทรุดตัวลงไปในแผ่นพื้น ส่งผลให้น้ำหนักที่แขวนอยู่ทำให้โครงเครนหักเป็นรูปตัววี และเซกเมนต์คอนกรีตร่วงลงมากระแทกถนนและยานพาหนะด้านล่าง

ดร.อมร ระบุว่า ปัญหาหลักอาจเกิดจากการยึดฐานรองเครนที่ไม่มั่นคง การเลือกตำแหน่งวางฐานรองในบริเวณที่โครงสร้างไม่แข็งแรง หรือการขาดคานรองรับฐานเครนอย่างเหมาะสม ซึ่งล้วนเป็นความบกพร่องที่ “ไม่ควรเกิดขึ้น” และถือเป็นความผิดพลาดร้ายแรงในกระบวนการทำงาน จำเป็นต้องตรวจสอบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบ การคำนวณทางวิศวกรรม ความถูกต้องของแบบ ไปจนถึงการทำงานหน้างานว่าเป็นไปตามแผนหรือไม่ และมีวิศวกรเข้าตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอหรือไม่

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความล้มเหลวของระบบควบคุมงานก่อสร้างและมาตรฐานวิศวกรรมในประเทศไทย โดยชี้ว่า เครนลักษณะเดียวกันนี้ถูกใช้งานทั่วโลกโดยไม่เกิดอุบัติเหตุ หากมีการกำกับดูแลที่เข้มงวด ใช้บุคลากรที่มีความรู้ และมีการตรวจสอบอย่างจริงจัง แตกต่างจากกรณีในไทยที่เหตุเครนถล่มเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยเฉพาะบนถนนพระราม 2 ซึ่งรวมเหตุการณ์ล่าสุดแล้วเกิดขึ้นถึง 4 ครั้ง และมีรูปแบบความเสียหายคล้ายกันอย่างมีนัยสำคัญ

“ความปลอดภัยในงานวิศวกรรมต้องเริ่มจาก “คนทำ–คนคุม–คนกำกับ” โดยไม่ควรปล่อยให้ผู้ปฏิบัติงานทำงานลำพังโดยไร้การตรวจสอบ โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่จำเป็นต้องมีที่ปรึกษาโครงการและวิศวกรควบคุมงานอย่างจริงจัง ขณะที่เจ้าของโครงการมีหน้าที่กำกับภาพรวมให้เป็นไปตามเงื่อนไข หากเกิดความบกพร่องในระดับนี้ ย่อมสะท้อนว่ามีการปล่อยปละละเลยในระบบกำกับดูแลมาเป็นเวลานาน” ดร.อมร กล่าว

สำหรับปัญหาถนนพระราม 2 ที่ยืดเยื้อ ดร.อมร มองว่ารากเหง้าของปัญหาไม่ใช่ปัจจัยทางธรรมชาติหรือชั้นดินอ่อน แต่คือความไม่รอบคอบและการทำงานที่ขาดมาตรฐานความปลอดภัย ทั้งที่เป็นพื้นที่สาธารณะและมีประชาชนสัญจรตลอดเวลา การวางฐานรองเครนผิดตำแหน่งถือเป็นความบกพร่องเชิงวิชาชีพอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ได้เสนอแนวทางแก้ไขเชิงระบบ พร้อมเตรียมนำเสนอต่อประธานกรรมาธิการวุฒิสภาในสัปดาห์นี้ ประกอบด้วย

  1. ทบทวนมาตรฐานการใช้เครนลอนเชอร์ในพื้นที่สาธารณะ เนื่องจากเป็นปัญหาที่สะท้อนความล้มเหลวเชิงระบ
  2. ตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญอิสระจากภายนอก เพื่อตรวจสอบและหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ
  3. ดำเนินมาตรการลงโทษและขึ้นบัญชีผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง
  4. ควบคุมและแก้ไขปัญหาการจ้างช่วงที่ส่งผลให้คุณภาพและความปลอดภัยของงานก่อสร้างลดลง
  5. ตรวจสอบและป้องกันการใช้บริษัทไทยเป็นฉากบังหน้า หรือ (nominee) ของทุนต่างชาติในการรับงานก่อสร้าง
  6. จัดทำระบบขึ้นทะเบียนและควบคุมเครนก่อสร้าง โดยเฉพาะเครนมือสองที่ขาดเอกสารรับรองความปลอดภัยและประวัติการใช้งาน