HBA แนะผู้ประกอบการปรับแบบบ้านรับเทรนด์ครอบครัวรุ่นใหม่ เน้น “บ้านคุ้มค่า” พื้นที่ใช้สอยจริง ประหยัดพลังงาน และลดค่าดูแลระยะยาว
สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association: HBA) เผยเทรนด์ครอบครัวรุ่นใหม่ปรับโจทย์สร้างบ้านจาก “หลังใหญ่” สู่ “บ้านที่เน้นความคุ้มค่ารอบด้าน” ให้ความสำคัญกับพื้นที่ใช้สอยที่ใช้งานจริง การประหยัดพลังงาน และค่าดูแลระยะยาว พร้อมแนะผู้ประกอบการปรับแบบบ้านให้สอดรับกับความต้องการที่เปลี่ยนไป ขณะที่งาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ EXPO 2026” มียอดจองสร้างบ้านรวม 185 หลัง มูลค่ากว่า 1,643 ล้านบาท โดยบ้านราคา 2.5–10 ล้านบาทครองสัดส่วนสูงถึง 72% ของจำนวนบ้านที่จองทั้งหมด

อนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association: HBA) เปิดเผยว่า พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่และครอบครัวเริ่มต้นส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงโจทย์การสร้างบ้านที่น่าสนใจ จากการให้ความสำคัญกับ “บ้านหลังใหญ่” และความโอ่อ่า ไปสู่ “บ้านที่คุ้มค่ารอบด้าน” มีพื้นที่เหมาะกับการใช้งานจริง ฟังก์ชันลงตัว ดูแลง่าย และมีค่าบำรุงรักษาที่เหมาะสมในระยะยาว
ความคุ้มค่าจึงครอบคลุมทั้งงบประมาณก่อสร้าง ประโยชน์ใช้สอย และค่าดูแลรักษาหลังเข้าอยู่อาศัย ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับการออกแบบให้ตอบโจทย์ความต้องการที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น
3 ปัจจัยเปลี่ยนโจทย์สร้างบ้านของครอบครัวรุ่นใหม่

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านวิเคราะห์ 3 ปัจจัยหลักที่ทำให้แนวคิดการสร้างบ้านของคนรุ่นใหม่และกลุ่มครอบครัวเริ่มต้นเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ดังนี้
1. โครงสร้างครอบครัวขนาดเล็ก และไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป
สังคมปัจจุบันเปลี่ยนผ่านสู่ครอบครัวเดี่ยวหรือครอบครัวขนาดเล็กที่มีสมาชิกเพียง 1–3 คน ทำให้พื้นที่ขนาดใหญ่ที่ไม่ได้ใช้งานจริงดูจะเกินความจำเป็น และอาจกลายเป็นภาระด้านค่าใช้จ่ายและการดูแลรักษา ผู้บริโภครุ่นใหม่และกลุ่มที่กำลังสร้างครอบครัวจึงให้ความสำคัญกับสัดส่วนพื้นที่ใช้สอยที่ลงตัวและใช้ประโยชน์ได้เต็มที่
2. มองหา “ความคุ้มค่า” ไม่ใช่แค่ราคาถูก แต่ต้องใช้งานได้เต็มที่และประหยัดพลังงาน
สำหรับผู้บริโภคยุคนี้ ความคุ้มค่าไม่ได้วัดกันที่จำนวนตารางเมตรที่กว้างขวางที่สุด แต่หมายถึงการจัดพื้นที่ให้ยืดหยุ่นและใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ เช่น พื้นที่ที่รองรับได้หลายกิจกรรม หรือห้องที่ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ในอนาคต ควบคู่กับบ้านที่มีนวัตกรรมช่วยประหยัดพลังงาน ตั้งแต่การออกแบบที่คำนึงถึงทิศทางแดดและลมธรรมชาติ ไปจนถึงการติดตั้งโซลาร์รูฟและการใช้ฉนวนกันความร้อนเพื่อลดการใช้พลังงาน
3. ลดภาระค่าใช้จ่ายแฝงในระยะยาว
ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายหลังเข้าอยู่อาศัย เพราะการสร้างบ้านหลังใหญ่ย่อมมาพร้อมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ทั้งค่าไฟฟ้าจากการเปิดเครื่องปรับอากาศ ค่าทำความสะอาด และค่าซ่อมบำรุงตามกาลเวลา ดังนั้น การเลือกสร้างบ้านให้พอดีกับความต้องการและออกแบบอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาการอยู่อาศัย
เผยบ้านราคา 2.5–10 ล้านบาท ครองยอดจองงาน “รับสร้างบ้าน EXPO 2026”

สำหรับผลการจัดงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ EXPO 2026” มียอดจองปลูกสร้างบ้านรวม 185 หลัง มูลค่า 1,643.61 ล้านบาท พบว่าขนาดและระดับราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้และให้ความคุ้มค่าสูงสุดยังคงเป็นกลุ่มหลักของตลาด
กลุ่มบ้านราคา 2.51–5 ล้านบาท มียอดสั่งสร้างสูงสุดเป็นอันดับ 1 จำนวน 71 หลัง คิดเป็น 38% ของจำนวนบ้านทั้งหมด 185 หลัง ขณะที่กลุ่มบ้านราคา 5.01–10 ล้านบาท มียอดสั่งสร้าง 62 หลัง คิดเป็น 34% เมื่อรวมทั้งสองกลุ่มจะมีสัดส่วนสูงถึง 72% ของจำนวนบ้านทั้งหมด ตอกย้ำว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่มองหาบ้านขนาดกลางที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริงอย่างคุ้มราคา
ขณะที่กลุ่มบ้านพรีเมียมราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป แม้มีสัดส่วน 8% หรือ 15 หลัง แต่สามารถสร้างมูลค่ารวมได้สูงถึง 492.5 ล้านบาท หรือคิดเป็น 30% ของมูลค่ารวมทั้งงาน สะท้อนว่ากำลังซื้อระดับบนยังคงมีอยู่ในตลาด

“ดังนั้น ผู้ประกอบการต้องพัฒนาทั้งแบบบ้านและบริการให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มราคา โดยออกแบบพื้นที่ให้ใช้งานได้เต็มที่และปรับเปลี่ยนได้ในอนาคต เพื่อรองรับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป และลดความจำเป็นในการปรับปรุงครั้งใหญ่ภายหลัง โดยสมาคมฯ จะเดินหน้าร่วมกับบริษัทสมาชิก พันธมิตรผู้ผลิตวัสดุชั้นนำ และสถาบันการเงิน เพื่อเพิ่มทางเลือกในการสร้างบ้านที่มีคุณภาพ คุ้มค่า และรองรับการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน” อนันต์กร อมรวาที กล่าว
ทั้งนี้ สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านคาดการณ์ยอดขายรวมของบริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกในปี 2569 จะเติบโต 8.7% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ซึ่งมีมูลค่า 9,200 ล้านบาท

