ทล.ก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 202 สายยโสธร – อำนาจเจริญ ตอน ยโสธร – บ้านน้ำปลีก จ.ยโสธร แล้วเสร็จ สนับสนุนยุทธศาสตร์ด้านคมนาคม – ระบบโลจิสติกส์ในภาคอีสาน

กรมทางหลวง (ทล.) โดยสำนักก่อสร้างทางที่ 2 ดำเนินการโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 202 สายยโสธร – อำนาจเจริญ ตอน ยโสธร – บ้านน้ำปลีก แล้วเสร็จ ระหว่าง กม. ที่ 267+630 – 300+423 ระยะทางยาวประมาณ 32.79 กม. ในพื้นที่จังหวัดยโสธรเป็นมาตรฐานทางชั้นพิเศษ 4 ช่องจราจร เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สำหรับโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 202 สายยโสธร – อำนาจเจริญ ตอนยโสธร – บ้านน้ำปลีก เป็นโครงการก่อสร้างโครงข่ายทางหลวงแผ่นดินเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดยโสธรกับจังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนมีปริมาณรถยนต์และรถบรรทุกสินค้าเดินทางเป็นจำนวนมาก ทำให้การจราจรหนาแน่น จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาโครงข่ายเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงให้เกิดความคล่องตัวในการเดินทาง เพื่อให้ผู้สัญจรและรถบรรทุกสินค้าสามารถเดินทางเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดยโสธรกับจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นไปด้วยความรวดเร็วและปลอดภัย รวมถึงการเดินทางเชื่อมต่อไปยังจังหวัดอื่น ๆ ในกลุ่มภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการเป็น “ศูนย์กลางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่ม แม่น้ำโขง” ซึ่งเป็นการสนับสนุนยุทธศาสตร์ด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์

ทล. จึงก่อสร้างขยายสายทางดังกล่าว จาก 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร โดยจุดเริ่มต้นโครงการอยู่ในพื้นที่ตำบลตาดทอง อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร สิ้นสุดที่บ้านน้ำปลีก ตำบลน้ำปลีก อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ แบ่งการก่อสร้างเป็น 2 ตอน ตอนที่ 1 ระหว่าง กม. ที่ 267+630 – 283+980 ระยะทาง 16.35 กิโลเมตร และตอนที่ 2 ระหว่าง กม. ที่ 283+980 – 300+423 ระยะทางรวม 16.43 กิโลเมตร ลักษณะเป็นมาตรฐานทางชั้นพิเศษ ผิวทางแอสฟัลท์คอนกรีต ผิวจราจรกว้างช่องละ 3.5 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.5 เมตร แบ่งทิศทางการจราจรด้วยเกาะกลาง มีงานก่อสร้างสะพานข้ามคลอง และก่อสร้างศาลาทางหลวงในบริเวณสองข้างทางเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน พร้อมติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง งบประมาณ 1,320,000,000 บาท

ทั้งนี้เมื่อโครงการฯดังกล่าวก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยยกระดับความปลอดภัยและแก้ไขปัญหาจราจร โดยการระบายปริมาณการจราจรจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และไปสู่ภาคตะวันออก เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ ทำให้การขนส่งสินค้าและผลผลิตด้านการเกษตรต่าง ๆ สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ส่งเสริมการส่งออก ส่งเสริมอุตสาหกรรมและการเดินทางระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียนและการท่องเที่ยวในภูมิภาคอีกด้วย

Leave a Reply

Your email address will not be published.