“THE CLOUD” ไอคอนประจำอาคาร “เมเจอร์ ทาวเวอร์ พระราม 9-รามคำแหง”เติมสีสันให้พนักงานกลับเข้าออฟฟิศ

หลังจากคลายมาตรการล็อคดาวน์ ช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ จึงถือเป็นช่วงเวลาดีๆ ที่ผู้คนเริ่มมีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตตามปกติมากขึ้น หลายองค์กรเปิดให้พนักงานกลับเข้ามาทำงานและพบปะกันที่ออฟฟิศตามปกติ หลังจากที่ต้อง Work From Home และ Work From Anywhere กันมาพักใหญ่ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ผู้พัฒนาอาคารสำนักงานให้เช่าแห่งใหม่พร้อมเข้าอยู่ ย่าน New CBD ภายใต้ชื่อ “เมเจอร์ ทาวเวอร์ พระราม 9 – รามคำแหง” จึงเตรียมไอคอนที่เป็นเอกลักษณ์ “The Cloud” มาไว้ที่อาคารสำนักงานและเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อต้อนรับชาวออฟฟิศที่จะกลับเข้าทำงานอีกครั้งกับฟังก์ชันตอบรับการทำงานแบบ Next Normal

เพชรลดา พูลวรลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากการ Work From Home กันมาอย่างยาวนาน ส่งผลให้วัฒนธรรมการทำงานและพฤติกรรมความต้องการฟังก์ชันในอาคารสำนักงานเปลี่ยนแปลงไปมาก เมเจอร์ ทาวเวอร์ พระราม 9 – รามคำแหง จึงเป็นอีกหนึ่งสำนักงานให้เช่า ที่มาพร้อมฟังก์ชันรองรับการทำงานยุค Next Normal มุ่งยกระดับการทำงานเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจในทุกรูปแบบ

เมเจอร์ ทาวเวอร์ พระราม 9 – รามคำแหง มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ร่วมของผู้ใช้งาน โดยนำแนวความคิดที่มีความเฉพาะตัวด้วยคอนเซปต์ “Art Gallery and Museum” มีความโดดเด่นทางด้านดีไซน์ และมีคุณค่าทางศิลปะ เพื่อให้เป็นพื้นที่ทำงานที่สามารถจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ และเป็นออฟฟิศในฝันของคนรุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์การทำงานอย่างมีคุณภาพ ตัวอาคารได้รับการออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจากแนวคิด Mid-Century Modern ที่มาพร้อมเสน่ห์และมีเอกลักษณ์เหนือกาลเวลา เนื่องจากงานออกแบบยังคงอิงกับธรรมชาติเป็นหลัก และมีความเรียบง่ายตรงไปตรงมา โดยเมเจอร์ ทาวเวอร์ พระราม 9 – รามคำแหง ได้ออกแบบงานสถาปัตยกรรมที่คำนึงถึงความยั่งยืน ทำให้อาคารแห่งนี้เป็นพื้นที่ศักยภาพสำหรับทุกองค์กร

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เตรียมไอคอนอันเป็นซิกเนเจอร์ใหม่ของอาคาร มาพร้อมต้อนรับการกลับมาใช้ชีวิตตามปกติของผู้คือ คือประติมากรรม “The Cloud” หรือ “น้องก้อนเมฆ” จำนวน 5 ตัว โดยตัวที่สูงที่สุดมีความสูงกว่า 4.5 เมตร ภายใต้การออกแบบของศิลปินชื่อดัง โลเลทวีศักดิ์ ศรีทองดี เพื่อมาสร้างสีสันและส่งมอบกำลังใจให้โลกแห่งการทำงานมีแต่รอยยิ้มและความสุข รวมถึงเป็นตัวแทนแสดงถึงไลฟ์สไตล์ผู้คนในช่วงเวลานั้นๆ โดยแรงบันดาลใจในการออกแบบ“The Cloud” มาจากจินตนาการแปรเปลี่ยนรูปร่างของเมฆธรรมชาติสร้างให้แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ เวลา ความคิด และจินตนาการของคนมอง เป็นสีสันแห่งจินตนาการให้คนรู้สึกสนุกและตื่นเต้นทุกครั้งที่มองเมฆเป็นรูปทรงอะไรสักอย่าง สำหรับประติมากรรมชิ้นนี้ ออกแบบรูปร่างให้ดูคล้ายแมวผสมเสือสีขาว ด้วยลักษณะของเมฆที่เบา นุ่ม สะอาด อ่อนโยน ถูกสร้างขึ้นให้มีขนาด สัดส่วน ที่ใหญ่กว่าปกติหลายเท่า ผสานกับความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร เกิดเป็น “เมฆ” ที่โดดเด่น

The Cloud” อวดโฉมที่อาคาร เมเจอร์ ทาวเวอร์ พระราม 9 – รามคำแหง เป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยออกแบบให้ดูชิลล์ๆ เป็นกันเอง ที่มาพร้อมเสน่ห์และมีเอกลักษณ์คลาสสิค ตั้งอยู่ที่โซนด้านนอกอาคาร จำนวน 2 ตัว ในลักษณะนั่งและยืน ภายในอาคารชั้น Lobby ได้นำมาโชว์ความคิ้วท์จำนวน 3 ตัว ทำหน้าที่ต้อนรับวันเริ่มต้นทำงานด้วยรอยยิ้มอันแสนอบอุ่น ช่วยสร้างให้บรรยากาศการเดินเข้าอาคารรู้สึกผ่อนคลาย พร้อมที่จะปฏิสัมพันธ์กับผู้คนโดยรอบ ให้รู้สึกสนุกและเกิดรอยยิ้มในทุกๆ วันที่มาทำงาน

เพชรลดา กล่าวเพิ่มเติมว่าเมื่อรูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป การทำงานต้องมีความยืดหยุ่นมากขึ้น การสร้างบรรยากาศออฟฟิศและสถาปัตยกรรมให้สอดคล้องกัน จะช่วยเติมไฟดึงประสิทธิภาพการทำงาน สร้างความกระตือรือร้นและความประทับใจให้พนักงานทุกคน

อาคารสำนักงาน เมเจอร์ ทาวเวอร์ พระราม 9 – รามคำแหง เป็นอาคารสูง 27 ชั้น ตั้งอยู่บนจุดตัดถนนพระราม 9 และถนนรามคำแหง มีพื้นที่เช่าทั้งหมดประมาณ 27,072 ตร.ม. และพื้นที่เช่าสำหรับสำนักงานแต่ละชั้นขนาดประมาณ 1,200 ตร.ม. ประกอบด้วยพื้นที่อาคารสำนักงาน และพื้นที่ร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ คาเฟ่ รองรับบริเวณ ชั้น 1 พร้อมพื้นที่สวนสีเขียว บนชั้นที่ 4 รายล้อมด้วยห้างสรรพสินค้าชั้นนำ พร้อมอาคารกระจกโดยรอบ สามารถมองวิวได้ 360 องศาทุกชั้น มีสวนสีเขียวสำหรับนั่งพักผ่อนหรือเปลี่ยนบรรยากาศการทำงาน พร้อมระบบรักษาความปลอดภัย CCTV และ EV charger station และเทคโนโลยีครบครันเพื่อประสิทธิภาพในการทำงาน เดินทางสะดวกด้วยAirport Rail Link สถานีรามคำแหง เพียงแค่ 600 เมตรเท่านั้น รวมทั้งยังใกล้รถไฟฟ้าสายสีส้ม สายรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีรามคำแหง 12 ช่วงศูนย์วัฒนธรรม–มีนบุรี (สุวินทวงศ์) เพียง 300 เมตรเดินทางสะดวกผ่านทางด่วนรามอินทรา

Leave a Reply

Your email address will not be published.