Wednesday, March 11, 2026
News

เปิดตัว “SKY Aviation Lab” ห้องทดลองสนามบินอัจฉริยะ ปูพรมไทยสู่ศูนย์กลางการบินภูมิภาคยุคดิจิทัล

แนวคิดการเป็นศูนย์กลางการบินไม่ได้วัดเพียงจำนวนเที่ยวบินหรือผู้โดยสาร แต่ต้องพัฒนาระบบสนามบินให้ชาญฉลาด ใช้ข้อมูลบริหารจัดการ และสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ไร้รอยต่อ ซึ่งเป็นที่มาของโครงการ Sky Hub ที่นำเทคโนโลยีสนามบินแห่งอนาคตมาทดลองใช้จริงในไทย ภายใต้ความร่วมมือของ SKY ICT และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งได้เปิดตัว SKY Aviation Lab ห้องปฏิบัติการจำลองระบบสนามบิน เพื่อให้นิสิตเรียนรู้จากเทคโนโลยีจริงและเตรียมบุคลากรรองรับอุตสาหกรรมการบินในอนาคต

สิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ห้องปฏิบัติการ SKY Aviation Lab ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่จำลองขั้นตอนผู้โดยสาร (Passenger Journey Simulation Zone) ให้นิสิตระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติจากสถานการณ์จริงในสนามบิน ด้วยระบบที่ทันสมัย ครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่เช็กอินจนถึงขึ้นเครื่อง ด้วยเทคโนโลยีสนามบินสมัยใหม่ อาทิ ระบบเช็กอิน CUPPS, ตู้ Self Check-In Kiosk (CUSS), ระบบ Self Bag Drop และ Self Boarding Gate ที่ใช้เทคโนโลยีสแกนใบหน้า นอกจากนี้ยังมีวิดีโอสาธิตกระบวนการเดินทางของผู้โดยสาร รวมถึงระบบ Baggage Reconciliation System (BRS) สำหรับติดตามและจับคู่สัมภาระกับผู้โดยสาร เพื่อให้เห็นภาพรวมการบริหารจัดการข้อมูลและการไหลเวียนของผู้โดยสารภายในสนามบินอย่างครบวงจร

การพัฒนาเทคโนโลยีและบุคลากรด้านการบินถือเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้สายการบินหลายแห่งต้องปรับเส้นทางบินและบินอ้อมจากเส้นทางเดิม ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยควรใช้จุดแข็งด้านทำเลที่ตั้งดึงดูดให้สายการบินเลือกใช้สนามบินของไทยเป็นจุดพักหรือศูนย์กลางเชื่อมต่อ (Hub) แทนสนามบินหลักอื่นในภูมิภาค หากสามารถพัฒนาระบบบริหารจัดการสนามบินและบริการผู้โดยสารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นจุดหมายสำคัญของผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกในอนาคต

ด้าน ดร.นวทัศน์ ก้องสมุทร หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ห้องปฏิบัติการ SKY Aviation Lab ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนากำลังคนด้านการบิน เนื่องจากสามารถจำลองระบบการทำงานจริงของสนามบิน ทำให้นิสิตเข้าใจความเชื่อมโยงของระบบนิเวศการบินตั้งแต่การจัดการผู้โดยสารในส่วนหน้า (Front-end) ไปจนถึงการบริหารจัดการข้อมูลหลังบ้าน (Back-end) ผ่านระบบต่าง ๆ เช่น APPS, AODB และ BRS โดยการตัดสินใจบนพื้นฐานของ Big Data ถือเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมการบินยุคใหม่ ซึ่งจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพของสนามบินไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล พร้อมทั้งเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ให้กับนิสิตก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน

“ในอนาคตมหาวิทยาลัยจำเป็นต้องปรับบทบาทให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม โดยโครงการ Sky Hub ถูกออกแบบให้เป็นห้องปฏิบัติการร่วมที่เปิดโอกาสให้หลายสาขาเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งวิศวกรรมอุตสาหการ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้โดยสาร ด้วยการพัฒนาซอฟต์แวร์วิเคราะห์ตารางการบินและการจัดสรรเที่ยวบินด้วยอัลกอริทึม เพื่อคาดการณ์ความต้องการของสายการบินและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรสนามบิน ซึ่งทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยสามารถพัฒนาโปรแกรมต้นแบบที่ให้ผลลัพธ์ดีกว่าซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์บางระบบ สะท้อนศักยภาพของงานวิจัยไทยเมื่อเชื่อมโยงกับโจทย์จริงของอุตสาหกรรม” ดร.นวทัศน์ กล่าว

ทั้งนี้ ภาคการศึกษาจำเป็นต้องปรับรูปแบบการเรียนการสอนจากแนวทางเดิมไปสู่การเรียนรู้ที่เน้นผลลัพธ์และการปฏิบัติจริงมากขึ้น ทั้ง Outcome-Based Learning, Project-Based Learning และแนวคิดใหม่อย่าง Industry-Based Learning ที่เน้นการทำงานร่วมกับภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากโจทย์จริงตั้งแต่ปีแรกของการศึกษา ไม่ต้องรอจนใกล้จบจึงเข้าสู่โลกการทำงาน แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับโมเดลความร่วมมือแบบ “สามประสาน” ระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการศึกษา ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินของประเทศในระยะยาว