ARAYA ดันฮับอุตสาหกรรมรับ FDI เทคโนโลยีสูง ปั้น ‘Business Ecosystem’ เชื่อม AI–Data Center–โลจิสติกส์
“อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์” เปิดตัว ARAYA Industrial and Logistics Hub อาคารคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าพร้อมใช้งานแห่งใหม่ภายในโครงการ หลังพื้นที่เฟสแรกได้รับการเช่าเต็ม 100% ก่อนการก่อสร้างอาคารแล้วเสร็จ เตรียมเปิดดำเนินงานอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม 2569 นี้ โดยเฟสแรกของโครงการครอบคลุมพื้นที่ 21,091 ตารางเมตร

กมลกาญจน์ คงคาทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อารยะ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันพื้นที่ทั้งหมดในเฟสแรกของ ARAYA Industrial and Logistics Hub ได้รับการตอบรับจากบริษัท เทราคูล เทคโนโลยี (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัทข้ามชาติผู้เชี่ยวชาญด้านระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวแบบครบวงจร และระบบบริหารจัดการความร้อน สำหรับโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มีความหนาแน่นสูง ในการเช่าพื้นที่เต็ม 100% สะท้อนความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นของนักลงทุนต่อประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง
จากความต้องการที่เพิ่มขึ้น บริษัทฯ เตรียมเดินหน้าพัฒนาพื้นที่ภายใน ARAYA Industrial and Logistics Hub เพิ่มเติมอีก 20,000 ตารางเมตรในเฟส 2 นับเป็น 4 อาคาร ภายใต้แนวคิด Hybrid Ready-Built Factory & Warehouse เพื่อรองรับความต้องการของผู้ประกอบการยุคใหม่ที่ต้องการพื้นที่ที่มีความยืดหยุ่น สามารถปรับใช้ได้ทั้งการผลิต และการจัดเก็บหรือกระจายสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และโลจิสติกส์ที่ต้องการประสิทธิภาพและความคล่องตัวสูง ควบคู่กับการตั้งอยู่บนทำเลยุทธศาสตร์
ARAYA Industrial and Logistics Hub ได้รับการออกแบบให้มีความสูงภายในอาคาร 12 เมตร สามารถรองรับน้ำหนักได้ 3 ตันต่อตารางเมตร พร้อม Dock Leveller จำนวน 2 จุด และทางลาดสำหรับการขนถ่ายสินค้า รองรับการใช้งานของทั้งรถบรรทุก 6 ล้อและรถเทรลเลอร์
“โครงการฯ ในส่วนนิคมอุตสาหกรรมมีพื้นที่รวมประมาณ 3,800 ไร่ ปิดการขายไปได้แล้วประมาณ 700 ไร่ ให้แก่ลูกค้ารายใหญ่รวม 11-12 ราย หนึ่งในลูกค้ารายสำคัญคือบริษัท Infineon ผู้ผลิตชิประดับโลกสัญชาติเยอรมันที่เข้าถือครองพื้นที่กว่า 125 ไร่ โดยอาคารแรกเสร็จสมบูรณ์แล้วพร้อมพนักงานกว่า 200-300 คน และมีแผนขยายอาคารต่อเนื่องจนครบ 5 ตึกในอนาคต” กมลกาญจน์ คงคาทอง กล่าว
นอกจากนี้ โครงการฯ ยังมุ่งเน้นความสมดุลและความหลากหลายใน 6 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง (Advanced Electronics), สินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG), วัสดุตกแต่งบ้าน (Home Improvement), เครื่องจักร (Machinery), ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) และอุปกรณ์ทางการแพทย์ (Medical Device)

กมลกาญจน์ กล่าวต่อว่า โครงการฯ ได้จัดเตรียมระบบไฟฟ้าที่มีกำลังการผลิตรวม 500 เมกะวัตต์ สำหรับรองรับความต้องการของทั้งโครงการ โดยมีลูกค้ารายใหญ่บางรายแสดงความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงถึง 100 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดโดยมีการติดตั้ง Solar Roof ในส่วนของคลังสินค้าซึ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้าประมาณ 60 เมกะวัตต์
ภายในโครงการยังมีองค์ประกอบของความเป็นเมืองที่ครบครัน ทั้งศูนย์บริการ สนามกีฬา 3 แห่ง และโรงพยาบาล เพื่อรองรับความเป็นอยู่ที่ดีของบุคลากรและชุมชนโดยรอบ ภายใต้ชื่อ “อารยะ คอมมูนิตี้” (Araya Community) ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างในปีหน้า เพื่อรองรับประชากรที่จะเข้ามาอยู่ในพื้นที่ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีจำนวนมากกว่า 50,000 คน เมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์
“ปัจจุบันโครงการกำลังอยู่ในขั้นตอนการยื่นขอการรับรองเป็นนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะอย่างเป็นทางการ โดยคาดการณ์ว่าจะใช้เวลาในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 2-3 ปี ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ประกอบการภายในได้รับสิทธิประโยชน์จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพิ่มเติม” กมลกาญจน์ คงคาทอง กล่าว

แม้จะมีความต้องการสูงในกลุ่ม Data Center แต่ทางโครงการฯ มีนโยบายพิจารณาอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้กระทบต่อทรัพยากรน้ำและไฟฟ้าของกลุ่มอื่น โดยปัจจุบันได้รับลูกค้าในกลุ่มสนับสนุน Data Center เช่น ผู้ผลิตระบบ Liquid Cooling และผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่รองรับเทคโนโลยี AI เข้ามาในพื้นที่แล้ว ไม่เฉพาะกลุ่ม Data Center เพียงอย่างเดียว แต่โครงการยังเน้นจับกลุ่มที่หลากหลาย เพื่อสร้าง “Business Ecosystem” ให้บริษัทข้ามชาติตั้งฐานการผลิตและรองรับการวิจัยและพัฒนา (R&D)
สำหรับโครงการ ARAYA Industrial and Logistics Hub ตั้งอยู่บนทำเลยุทธศาสตร์ ถนนบางนา-ตราด กม. 32 ภายในโครงการอารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ สามารถเชื่อมต่อสนามบินสุวรรณภูมิและพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้อย่างสะดวก พร้อมเชื่อมโยงกับเส้นทางคมนาคมและเครือข่ายการกระจายสินค้าสำคัญทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

