News

อว.ผนึกกำลัง 5 กระทรวง X กทม. เดินหน้า “Traffy Fondue ซ่อม สร้าง สู้น้ำท่วม” ชูเป้าหมาย “แจ้งง่าย ส่งถึงหน่วยที่ช่วยได้ ติดตามได้ จนจบงาน”

กรุงเทพฯ – 2 ตุลาคม 2569 ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทำหน้าที่กำกับดูแลและแก้ปัญหาอุทกภัยในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ภาคกลาง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวระบบ “Traffy Fondue ซ่อม สร้าง สู่น้ำท่วม” เพื่อเป็นช่องทางกลางเชื่อมความต้องการของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบกับหน่วยงานช่วยเหลือ โดยมี ศ. ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และผู้บริหารจากทุกกระทรวง เข้าร่วม ที่ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า กระทรวง อว. (ถนนโยธี)

โครงการ “Traffy Fondue ซ่อม สร้าง สู้ น้ำท่วม” ทำหน้าที่เชื่อมศักยภาพของทุกภาคส่วนให้ทำงานเป็นระบบเดียว เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องเดินหาความช่วยเหลือจากหลายหน่วยงาน แต่สามารถเริ่มต้นจากจุดเดียวผ่านแพลตฟอร์ม แล้วให้ภาครัฐเป็นผู้ประสานความช่วยเหลือที่เหมาะสมไปถึงมือประชาชน ภายใต้เป้าหมาย “แจ้งง่าย ส่งถึงหน่วยที่ช่วยได้ ติดตามได้ จนจบงาน” โดยประชาชนสามารถติดตามรายละเอียดและพื้นที่ให้บริการได้จากประกาศของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงแนวคิดของความร่วมมือครั้งนี้ว่า เมื่อระดับน้ำเริ่มลดลง สิ่งสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการคือเรื่องการทำความสะอาดและการซ่อมแซมสิ่งต่างๆ ซึ่งประชาชนบางส่วนอาจไม่มีประกันรองรับ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องระดมสรรพกำลังเข้ามาช่วยเหลือ โดยได้ขอความอนุเคราะห์จากผู้อำนวยการ NECTEC สวทช. ซึ่งดูแลระบบ Traffy Fondue ประกอบกับทาง กทม. มีความคุ้นเคยกับระบบนี้ดีอยู่แล้ว นำมาใช้เป็นฐานตั้งต้นในการทำงาน เพื่อบูรณาการกำลังคนจากหน่วยงานต่างๆ เช่น เครือข่ายมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และมหาวิทยาลัยราชภัฏหลายแห่งที่พร้อมเข้ามาช่วยเหลือ รวมถึงกลุ่มอาชีวศึกษา และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน

สำหรับประชาชนกลุ่มเปราะบาง หรือผู้อยู่อาศัยในเคหะที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบได้ด้วยตนเอง ทางกระทรวง พม. จะมีอาสาสมัคร พม. (อพม.) เข้ามาเป็นตัวกลางช่วยนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ เพื่อให้ทุกคนได้รับการซ่อมแซมอย่างทั่วถึง พร้อมกันนี้ โครงการยังเปิดรับจิตอาสาจากภาคเอกชนและหน่วยงานอื่นๆ ให้สามารถลงทะเบียนเข้ามาทาง Traffy Fondue เพื่อเป็นการระดมกำลังคนไทยทั้งหมดมาช่วยเหลือ กทม. ในครั้งนี้ด้วย

ด้าน พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้รับผิดชอบพื้นที่ กทม. และพื้นที่ภาคกลาง กล่าวว่า ในระยะเร่งด่วน กองทัพจะสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์จากทุกเหล่าทัพร่วมกับ กทม. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการสถานการณ์ เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเฉพาะพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมเข้าสู่ระยะเยียวยาและฟื้นฟูเมื่อสถานการณ์น้ำคลี่คลาย

รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้รายงานสถานการณ์พื้นที่ว่า ปัจจุบัน กทม. ยังมีจุดวิกฤตน้ำท่วมขังสูงในหลายเขต ทั้งฝั่งตะวันออก (เช่น ลาดกระบัง หนองจอก ประเวศ) โซนเหนือ (เช่น สายไหม คลองสามวา บางเขน) และโซนอื่นๆ ซึ่งที่ผ่านมากองทัพได้ส่งกำลังพล รถสูง และเรือเข้าช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการอพยพผู้ป่วยฉุกเฉินออกจากพื้นที่แล้ว 776 คน สำหรับระยะต่อไปคือการฟื้นฟูคืนสภาพ ทั้งการทำความสะอาดและซ่อมแซมระบบไฟ-บ้านเรือน โดยจะใช้ระบบ Traffy Fondue เป็นตัวกลางในการผนึกกำลังร่วมกับวิศวกรอาสา ช่างทหาร และเครือข่ายช่างจากกระทรวงต่างๆ เพื่อลงพื้นที่ช่วยเหลือในแต่ละจุดอย่างเป็นระบบ

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงานและกรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้ระดมทีมช่าง เพื่อซ่อมแซมอุปกรณ์ เครื่องใช้ และยานพาหนะให้ประชาชนฟรีทั้งหมด โดยใน กทม. ได้เปิดจุดบริการซ่อมรถยนต์และจักรยานยนต์ที่จมน้ำแล้วหลายแห่ง ซึ่งการใช้แพลตฟอร์ม Traffy Fondue ที่กระทรวงฯ ใช้งานอยู่เดิม จะช่วยให้การสับเปลี่ยนกำลังพลและบริหารทรัพยากรเป็นไปอย่างตรงจุดและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างไร้รอยต่อ

นิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เน้นย้ำการดูแลกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และคนพิการ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยในแฟลตของการเคหะแห่งชาติ การนำระบบ Traffy Fondue มาใช้ จะช่วยให้เครือข่ายนิติบุคคลและกลุ่มอาสาสมัคร (อพม.) สามารถค้นหาความต้องการและประสานงานช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึง ลดโอกาสที่ประชาชนจะตกหล่นจากระบบ

อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงฯ จะนำศักยภาพของเครือข่ายสถานศึกษาอาชีวศึกษา ทั้งครูและนักศึกษา ลงพื้นที่ซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้าหลังน้ำลด โดยใช้ Traffy Fondue เป็นช่องทางกลางรับเรื่อง ก่อนประมวลผลและส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เหมาะสมในพื้นที่ ทั้งเครือข่าย มทร. อาชีวศึกษา หรือกระทรวงแรงงาน โดยผู้แจ้งสามารถติดตามสถานะได้จนกว่างานจะซ่อมเสร็จ

ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง กล่าวว่า มีศูนย์ที่เปิดให้บริการ หากเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ก็จะได้รับการบริการที่รวดเร็วกว่า อย่างไรก็ตาม ทั้งกรมพัฒนาฝีมือแรงงานและอาชีวศึกษา ได้จัดเตรียมหน่วย Mobile Unit เพื่อเข้าไปซ่อมแซมให้ในกรณีที่ไม่สามารถนำอุปกรณ์ออกมาได้ แต่ในเบื้องต้น หากนำอุปกรณ์มาที่ศูนย์ก่อนได้ก็จะดีกว่า เนื่องจากศูนย์มีความพร้อมทั้งด้านอุปกรณ์และหน่วย Mobile Unit ที่พร้อมให้บริการ

ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) สวทช. อธิบายถึงรูปแบบบริการว่า ครอบคลุมตั้งแต่การซ่อมที่พักอาศัย เครื่องใช้ไฟฟ้า ระบบไฟ รถยนต์/จักรยานยนต์ การทำความสะอาด ศูนย์พักพิง อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงบริการทางการแพทย์ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับศักยภาพของหน่วยงานในพื้นที่

ปัจจุบันได้เปิดจุดบริการนำร่องใน 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม และกาญจนบุรี สำหรับภาคเอกชนที่สนใจร่วมช่วยเหลือ สามารถสอบถามรายละเอียดผ่าน LINE ได้ที่ @fonduehelp

สำหรับขั้นตอนการแจ้งขอรับความช่วยเหลือผ่านระบบ มีดังนี้

  1. เข้าแอปพลิเคชัน LINE เพิ่มเพื่อน @TraffyFondue และเลือกเมนู “ซ่อม สร้าง สู้ น้ำท่วม”
  2. เลือกประเภทความช่วยเหลือ
  3. กรอกรายละเอียดและแนบภาพถ่ายความเสียหาย
  4. แชร์ตำแหน่งสถานที่ (Location) ที่ต้องการให้ช่วยเหลือ
  5. ระบบจะส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสามารถติดตามสถานะได้จนจบงาน

สำหรับการบริหารจัดการหน้างาน หากเป็นสิ่งของที่เคลื่อนย้ายได้ จะประสานให้นำมาที่จุดบริการซ่อม แต่หากเป็นอุปกรณ์ชิ้นใหญ่หรืองานระบบในบ้านที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ จะประสานทีมช่างให้เข้าไปดำเนินการถึงที่พักอาศัยตามความเหมาะสมของแต่ละกรณี