มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 50 ปิดฉากอย่างงดงาม ด้วยยอดขายทะลุหมื่นล้านบาท
ปิดฉากอย่างเป็นทางการสำหรับงาน “มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 50” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยความร่วมมือของ 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์หลัก ได้แก่ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอาคารชุดไทย และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ภายใต้แนวคิด “The Future of Sustainable Living” ซึ่งสามารถสร้างยอดขายรวมภายในงานกว่า 10,000 ล้านบาท มีผู้เข้าชมงานใกล้เคียงกับครั้งที่แล้ว สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยจริงยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาด ขณะเดียวกัน งานครั้งนี้ยังถือเป็นก้าวสำคัญของการเชื่อมโยงแนวคิด Green Economy เข้ากับการตัดสินใจซื้อบ้านของผู้บริโภค

กอบเดช ตั้งไชยวงศ์ ประธานการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 50 เปิดเผยว่า ผลการจัดงานตลอด 4 วัน สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย แม้ผู้บริโภคยังคงเผชิญข้อจำกัดด้านกำลังซื้อ ภาระหนี้ครัวเรือน และการเข้าถึงสินเชื่อ แต่ความต้องการที่อยู่อาศัยจริง (Real Demand) ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะโครงการที่สามารถตอบโจทย์ทั้งราคา ทำเล คุณภาพ และภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว ประกอบกับข้อเสนอพิเศษจากผู้ประกอบการและบริการสินเชื่อจากสถาบันการเงินภายในงาน ซึ่งช่วยสนับสนุนให้ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบทางเลือกและตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น
“ผลตอบรับจากการจัดงานครั้งที่ 50 แสดงให้เห็นว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีกำลังซื้อที่พร้อมตัดสินใจ หากผู้ประกอบการสามารถนำเสนอสินค้าที่ตรงกับความต้องการและกำลังซื้อของผู้บริโภคได้จริง สิ่งสำคัญคือวันนี้ผู้ซื้อไม่ได้มองเพียงราคาบ้านหรือโปรโมชั่น แต่เริ่มให้ความสำคัญกับคุณภาพการอยู่อาศัยและความคุ้มค่าในระยะยาวมากขึ้น ซึ่งเป็นทิศทางที่อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ต้องปรับตัวให้ทัน” กอบเดช กล่าว
สำหรับภาพรวมพฤติกรรมผู้บริโภคภายในงาน พบว่า กลุ่มผู้ซื้อส่วนใหญ่ยังคงให้ความสำคัญกับการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง โดยประเภทที่อยู่อาศัยที่ได้รับความสนใจมากที่สุด ได้แก่ คอนโดมิเนียม รองลงมาเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และบ้านแฝด ขณะที่ระดับราคาที่ได้รับความนิยมสูงสุดอยู่ในช่วง 3–7 ล้านบาท

ด้านกลุ่มผู้ซื้อหลักอยู่ในช่วงอายุ 25–35 ปี รองลงมาคือกลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป สะท้อนความต้องการที่อยู่อาศัยจากทั้งกลุ่มคนทำงานที่ต้องการสร้างความมั่นคงในชีวิต ครอบครัวที่ต้องการขยายพื้นที่อยู่อาศัย และผู้บริโภคที่กำลังมองหาบ้านที่ตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิตในอนาคต ส่วนทำเลที่ได้รับความสนใจสูง ได้แก่ แนวรถไฟฟ้า ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนจากความสะดวกในการเดินทางและโครงสร้างพื้นฐานโดยรอบ
กอบเดช กล่าว่า แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยยุคใหม่ ซึ่งต้องให้ความสำคัญกับการออกแบบที่ช่วยประหยัดพลังงาน การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม การจัดสรรพื้นที่สีเขียว และการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ชีวิต เพราะผู้บริโภคไม่ได้ต้องการเพียงบ้านที่ซื้อไหว แต่ต้องเป็นบ้านที่สามารถอยู่อาศัยได้อย่างคุ้มค่าในระยะยาว
Green Expo จุดเปลี่ยนจากแนวคิดสู่ความต้องการซื้อจริง

สำหรับความสำเร็จของมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 50 ไม่ได้วัดจากยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการเริ่มต้นสร้างทิศทางใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย ผ่านการยกระดับงานสู่ Green Expo ที่นำแนวคิดความยั่งยืน หรือ Sustainability มาเชื่อมโยงกับความคุ้มค่าในการอยู่อาศัย และทำให้ Green Living ไม่ใช่เพียงเรื่องของบ้านระดับพรีเมียม แต่เป็นแนวคิด Green Living ต้องซื้อได้จริง ไม่ใช่แค่ Concept นี่คือโจทย์สำคัญที่ต้องการผลักดันผ่านการจัดงานครั้งที่ 50 เพราะบ้านรักษ์โลกจะเกิดขึ้นได้จริง ก็ต่อเมื่อผู้บริโภคมองเห็นประโยชน์ที่จับต้องได้ ทั้งในแง่คุณภาพชีวิตและการประหยัดค่าใช้จ่าย หากผู้ซื้อเริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น ก็จะเป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพและคุ้มค่ามากขึ้นตามไปด้วย
“ที่ผ่านมา ตลาดอสังหาริมทรัพย์แข่งขันกันอย่างเข้มข้นด้วยราคาและโปรโมชั่น แต่ในอนาคตการแข่งขันจะขยับไปสู่เรื่องคุณภาพและต้นทุนการอยู่อาศัยมากขึ้น ผู้ประกอบการที่สามารถพัฒนาบ้านให้ประหยัดพลังงาน มีคุณภาพ และอยู่ในระดับราคาที่เข้าถึงได้ จะมีโอกาสตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ได้มากกว่า ซึ่งเป็นทิศทางที่เราอยากเห็นจากการจัดงานครั้งนี้” กอบเดช กล่าว
ปิดฉากครั้งที่ 50 ส่งสัญญาณบวกอสังหาฯ ปลายปี เดินหน้าสู่ Green Economy
พบกับงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 51 ในวันพฤหัสบดีที่ 28 – วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 2570 ณ HALL 5 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

