เปิด 5 จุดเสี่ยงอาคารหลังน้ำลด นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ เตือน “แห้งแล้ว” อาจยังไม่ปลอดภัย
หลังสถานการณ์ฝนตกหนักในกรุงเทพมหานครและหลายจังหวัดเริ่มลดลงตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2569 ระดับน้ำในหลายพื้นที่ทยอยลดลงตามลำดับ ขณะที่บางพื้นที่ยังอยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำ ภารกิจสำคัญหลังจากนี้จึงเป็นการฟื้นฟูบ้านเรือนและอาคารที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่ “น้ำลด” ไม่ได้หมายความว่าอาคารจะกลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยทันที เพราะความเสียหายบางส่วนอาจซ่อนอยู่ภายในระบบต่าง ๆ และอาจกลายเป็นความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน หากเร่งกลับเข้าใช้งานโดยไม่ได้ตรวจสอบอย่างรอบคอบ
ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า ความเสียหายของอาคารหลังน้ำท่วมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งระดับน้ำ ระยะเวลาที่อาคารถูกน้ำท่วม ลักษณะการไหลของน้ำ รวมถึงชนิดของวัสดุและอุปกรณ์ภายในอาคาร ดังนั้น ก่อนเปิดบ้านหรืออาคารกลับมาใช้งาน ควรตรวจสอบอย่างน้อย 5 ระบบสำคัญ ได้แก่ โครงสร้าง สถาปัตยกรรม ไฟฟ้า เครื่องกล และสุขาภิบาล เพื่อประเมินว่าอะไรสามารถทำความสะอาดและใช้งานต่อได้ อะไรต้องซ่อม และส่วนใดควรให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบก่อน

1. โครงสร้างต้องดูมากกว่าว่า “บ้านยังตั้งอยู่หรือไม่”
สำหรับอาคารในพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบ น้ำท่วมมักมีลักษณะเอ่อท่วมมากกว่าน้ำป่าไหลหลาก ทำให้โดยทั่วไปแรงกระแทกจากกระแสน้ำต่อโครงสร้างอาคารไม่รุนแรงมากนัก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องระวังคือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวอาคารและพื้นที่โดยรอบ โดยเฉพาะ รอยแตกร้าว การทรุดตัวหรือเอียงผิดปกติ การบิดงอหรือเสียรูปของโครงสร้าง รวมถึงการกัดเซาะหรือการสูญเสียดินบริเวณฐานราก
“หากพบว่าฐานรากโผล่ ดินใต้หรือรอบฐานรากถูกน้ำชะล้าง หรืออาคารมีอาการทรุดหรือเอียงผิดปกติ ไม่ควรรีบกลับเข้าใช้งาน แต่ควรให้วิศวกรเข้าตรวจสอบก่อน” ศ.ดร.อมร กล่าว
2. ผนังแห้งแล้ว ไม่ได้แปลว่าพร้อมทาสีใหม่
อีกจุดที่มักได้รับผลกระทบโดยตรงคือวัสดุสถาปัตยกรรม ทั้งพื้นไม้ ประตู หน้าต่าง วงกบ สี วอลเปเปอร์ และวัสดุตกแต่งต่าง ๆ โดยเฉพาะวัสดุที่สามารถดูดซึมน้ำได้ เพราะอาจเกิดอาการบวม โก่ง หรือหลุดร่อนหลังถูกน้ำท่วม
สิ่งที่ต้องระวังคือการรีบซ่อมแซมทันทีหลังน้ำลด เช่น ทาสีหรือติดวอลเปเปอร์ ทั้งที่ผนังและวัสดุเดิมยังมีความชื้นสะสมอยู่ เพราะอาจตามมาด้วยปัญหาเชื้อรา สีพอง และวัสดุหลุดร่อนในภายหลัง ขณะที่กระเบื้อง แกรนิต หินอ่อน และหินขัด โดยทั่วไปทนน้ำได้ดีกว่าวัสดุประเภทไม้หรือยิปซัม แต่ก็ยังต้องตรวจสอบการหลุดล่อน โพรงใต้กระเบื้อง รอยแตกร้าว คราบสกปรก และความเสียหายของวัสดุประสาน
3. “แห้งแล้ว” ไม่ได้หมายความว่า “เปิดไฟได้”
ระบบไฟฟ้าเป็นส่วนที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะน้ำและความชื้น โดยเฉพาะน้ำท่วมที่มีสิ่งสกปรกหรือสารปนเปื้อน สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อกระแสไฟรั่ว ไฟดูด และไฟฟ้าลัดวงจร
อุปกรณ์ที่ถูกน้ำท่วมตั้งแต่สายไฟ ปลั๊ก สวิตช์ เต้ารับ ตู้ไฟ เบรกเกอร์ ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า อาจเสื่อมสภาพหรือไม่ปลอดภัย แม้ภายนอกจะดูแห้งแล้วก็ตาม หลังน้ำลดจึงไม่ควรรีบจ่ายไฟหรือทดลองเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยตัวเอง หากไม่มีความรู้หรือไม่มั่นใจ ควรให้ช่างไฟฟ้า วิศวกรไฟฟ้า หรือหน่วยงานการไฟฟ้าเข้าตรวจสอบก่อน
4. เครื่องกลก็มี “จุดเสี่ยง” ที่ไม่ควรมองข้าม
น้ำท่วมไม่ได้กระทบเพียงผนัง พื้น หรือระบบไฟฟ้า แต่อุปกรณ์เครื่องกลก็อาจได้รับความเสียหายเช่นกัน โดยเฉพาะ คอยล์ร้อนของเครื่องปรับอากาศที่ติดตั้งภายนอกอาคาร มอเตอร์ พัดลม และปั๊มน้ำ
อุปกรณ์เหล่านี้ควรทำความสะอาด ทำให้แห้ง และตรวจสอบสภาพก่อนเปิดใช้งาน หากไม่มั่นใจควรให้ช่างที่เกี่ยวข้องตรวจสอบก่อน เพราะการนำอุปกรณ์ที่ยังมีความเสียหายกลับมาใช้งานอาจทำให้ปัญหาลุกลามไปยังระบบอื่นได้
5. น้ำประปาและท่อระบายน้ำก็ต้อง “ฟื้นฟู” ก่อนใช้
หลังน้ำลดควรตรวจสอบท่อระบายน้ำ บ่อพัก และท่อสุขาภิบาลว่ามีโคลนหรือสิ่งสกปรกเข้าไปอุดตันหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบระบบน้ำประปา ทั้งท่อ วาล์ว ปั๊มน้ำ และถังเก็บน้ำ โดยเฉพาะกรณีที่ถังเก็บน้ำหรือระบบประปามีโอกาสสัมผัสกับน้ำท่วม ซึ่งอาจมีการปนเปื้อน
ควรทำความสะอาดและฆ่าเชื้อตามวิธีที่เหมาะสมก่อนนำน้ำกลับมาใช้อุปโภคบริโภค ส่วนท่อที่แตก รั่ว หรือได้รับความเสียหาย ต้องซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อนกลับมาใช้งาน
จาก “น้ำลด” สู่ภารกิจฟื้นฟูที่ต้องใช้วิศวกร
ศ.ดร.อมร กล่าวอีกว่า ในระหว่างวันที่ 3–5 ตุลาคม 2569 องค์กรทางวิศวกรรม ได้แก่ มูลนิธินายช่างไทยใจอาสา สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ทีมวิศวกรอาสาสร้างสรรค์ สมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น การเคหะแห่งชาติ จะร่วมดำเนินโครงการฟื้นฟู ซ่อมแซมระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง รวมถึงตรวจสอบความเสียหายของบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยระดมวิศวกรและนายช่างอาสาเข้าช่วยเหลือประชาชน
โดยพื้นที่เบื้องต้นที่จะเข้าดำเนินการ ได้แก่ แฟลตคลองจั่นและเคหะชุมชนร่มเกล้า ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในระดับสูงและมีประชาชนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
บทเรียนสำคัญหลังน้ำลดจึงไม่ใช่เพียงการเร่งทำความสะอาดบ้านหรือซ่อมแซมสิ่งของที่เสียหาย แต่คือการตรวจสอบให้แน่ใจว่า “อาคารพร้อมกลับมาอยู่อาศัยแล้วจริงหรือไม่” โดยเฉพาะระบบที่ความเสียหายอาจมองไม่เห็นจากภายนอก และหากตรวจสอบไม่รอบคอบ อาจเปลี่ยนจากความเสียหายจากน้ำท่วมเป็นอุบัติเหตุซ้ำซ้อนหลังน้ำลดได้

