News

สตม. เปิดตัวแอปพลิเคชัน ‘THIM’ พลิกโฉมระบบตรวจคนเข้าเมือง หนุนไทยสู่ Smart Immigration

จากสถิติสะสมล่าสุดย้อนหลังประมาณ 8–9 เดือนที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยสูงถึงประมาณ 30 ล้านคน แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจะมากขึ้น แต่ก็ยังมาพร้อมกับข้อจำกัดทางกายภาพในการรองรับผู้เดินทาง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) จึงเดินหน้านำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ลดขั้นตอน และอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทาง ด้วยการเปิดตัวแอปพลิเคชัน “THIM” (Thai Immigration Application) หรือ ทิม โดยมีเป้าหมายเพื่อให้การเดินทางเข้ามาและพำนักในประเทศไทยของชาวต่างชาติมีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และไร้รอยต่อมากขึ้น

ทั้งนี้ ได้พัฒนาบริการด้านตรวจคนเข้าเมืองสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลที่สามารถต่อยอดบริการได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพการให้บริการกับมาตรฐานด้านความมั่นคง ความถูกต้องและความปลอดภัยของข้อมูล พร้อมสนับสนุนการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศ

ลดเวลาตรวจคนเข้าเมือง จาก 45 เหลือ 15–20 วินาทีต่อคน

พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เปิดเผยว่า ผลลัพธ์จากการเปิดให้ลงทะเบียนและตรวจสอบข้อมูลล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน ช่วยลดความหนาแน่นและระบายความแออัดของผู้เดินทาง ณ ท่าอากาศยานและด่านตรวจคนเข้าเมืองทางบกได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากเดิมที่กระบวนการตรวจคนเข้าเมืองบริเวณช่องตรวจต้องใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 45 วินาทีต่อคน แต่เมื่อเปลี่ยนมาใช้การตรวจคัดกรองล่วงหน้าผ่านระบบ สามารถลดระยะเวลาดำเนินการลงเหลือเพียง 15 ถึง 20 วินาทีต่อคน

ทั้งนี้ สตม. ได้ตั้งเป้าหมายจำนวนการดาวน์โหลดใช้งานในปีนี้ไว้ให้เกินกว่า 1 ล้านดาวน์โหลด เพื่อรองรับฐานนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีปริมาณมหาศาล และส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้มีชาวต่างชาติสนใจเดินทางเข้ามาในประเทศมากขึ้น

ขยายบริการจาก TDAC สู่ศูนย์รวมบริการตรวจคนเข้าเมือง

พล.ต.ท.ภาณุมาศ กล่าวว่า แอปพลิเคชัน THIM มีบริการสำคัญ ได้แก่ บัตรขาเข้าประเทศไทยแบบดิจิทัล (Thailand Digital Arrival Card: TDAC) และฟีเจอร์ Explore Thailand พร้อมวางแผนต่อยอดบริการด้านตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มเติมในอนาคต โดย TDAC เป็นระบบบัตรขาเข้าประเทศไทยแบบดิจิทัลอย่างเป็นทางการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งให้บริการผ่านเว็บไซต์ของ สตม.

ในระยะต่อไป สตม. วางแผนพัฒนาแอปพลิเคชัน THIM ให้เป็นศูนย์รวมบริการด้านตรวจคนเข้าเมืองบนแพลตฟอร์มเดียว โดยมีแผนพัฒนาบริการเพิ่มเติม อาทิ การจองคิวรับบริการ (Queue Booking) การขอหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ (Certificate of Stay) การขยายระยะเวลาพำนัก (Visa Extension) การรายงานตัว 90 วัน (90-Day Report) และการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival) เพื่อให้ชาวต่างชาติสามารถเข้าถึงบริการที่เกี่ยวข้องได้สะดวกและต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น

ยกระดับความปลอดภัยข้อมูลและการยืนยันตัวตน

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของแอปพลิเคชัน THIM คือ ความปลอดภัยในการจัดเก็บและรักษา รวมถึงความถูกต้องของข้อมูล เนื่องจากระบบเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลชีวมิติของผู้เดินทาง จึงนำเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการตรวจสอบและยืนยันตัวตน ทั้งการอ่านข้อมูลหนังสือเดินทางและชิปหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเทคโนโลยี NFC การตรวจสอบบุคคลจริง (Liveness Detection) และการเปรียบเทียบใบหน้า (Face Comparison) เพื่อเพิ่มความถูกต้องและความน่าเชื่อถือในการยืนยันตัวตนในระดับสากล

โดยระบบจะปกป้องข้อมูลในหลายระดับ ทั้งการเข้ารหัสข้อมูลระหว่างการรับส่งและจัดเก็บ การแยกข้อมูลชีวมิติออกจากข้อมูลส่วนบุคคลประเภทอื่น การกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล และการบันทึกการใช้งานระบบเพื่อตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูล รวมถึงดำเนินการด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมนำเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยมาใช้ตั้งแต่การตรวจจับภัยคุกคาม การติดตามและบริหารสถานะด้านความปลอดภัย ตลอดจนการเข้ารหัสข้อมูลและการสื่อสารระหว่างระบบ เพื่อช่วยปกป้องข้อมูลสำคัญของผู้เดินทาง และเสริมความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลตลอดกระบวนการใช้งาน

AWS รองรับระบบ ยอดดาวน์โหลดปัจจุบันกว่า 600,000 ครั้ง

แอปพลิเคชัน THIM ยังพัฒนาบนเทคโนโลยีคลาวด์ของ Amazon Web Services (AWS) ผู้ให้บริการเทคโนโลยีคลาวด์ระดับโลก ผ่าน AWS Asia Pacific (Bangkok) Region โดยผ่านการพัฒนาและเปิดให้ทดลองใช้งานมาแล้วประมาณ 2–3 เดือน พร้อมรองรับระบบปฏิบัติการ Android ผ่าน Google Play Store และ Huawei AppGallery ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569

ปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดรวมกว่า 600,000 ครั้ง และมีผู้ใช้งานมากกว่า 580,000 ราย หรือคิดเป็น 97.2% ของยอดดาวน์โหลด สะท้อนถึงการตอบรับของผู้ใช้งานในช่วงที่ผ่านมา และคาดว่าจำนวนผู้ใช้งานจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามการพัฒนาบริการและการเข้าถึงแอปพลิเคชันที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต

เชื่อมข้อมูลวัคซีน–สุขภาพ เตรียมต่อยอดสู่ธนาคารและ VAT Refund

ปัจจุบันระบบได้เชื่อมโยงข้อมูลวัคซีนและใบรับรองสุขภาพ (Health Certificate) ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบเชื่อมโยงกับภาคธนาคารและการเงิน เพื่อออกเอกสารยืนยันตัวตนและการเข้าเมืองสำหรับใช้เปิดบัญชีหรือทำธุรกรรมการเงิน ตลอดจนการประสานงานกับกรมศุลกากรเพื่อรองรับระบบขอคืนภาษีสำหรับนักท่องเที่ยว (VAT Refund for Tourists)

ผนึกกำลังเอกชนมอบสิทธิประโยชน์ให้นักท่องเที่ยว

นอกเหนือจากบริการด้านตรวจคนเข้าเมือง สตม. ยังเดินหน้าต่อยอดแอปพลิเคชัน THIM ผ่านฟีเจอร์ “Explore Thailand” โดยร่วมมือกับภาคเอกชนจากหลากหลายธุรกิจ เพื่อมอบสิทธิประโยชน์และบริการที่ตอบโจทย์ชาวต่างชาติระหว่างเดินทางและพำนักในประเทศไทย ตั้งแต่ Grab ที่สนับสนุนบริการด้านการเดินทาง True ที่มอบซิมสำหรับนักท่องเที่ยว The Mall Group และ WiWallet ที่นำเสนอสิทธิประโยชน์ด้านการใช้จ่ายและบริการต่าง ๆ ตลอดจน Minor Food และ Minor International ที่ครอบคลุมบริการร้านอาหารและโรงแรม

ปัจจุบันผู้ใช้งานสามารถเลือกรับสิทธิประโยชน์และคูปองจากพันธมิตรผ่าน THIM ก่อนนำ QR Code หรือ Promotion Code ไปใช้ตามเงื่อนไขของแต่ละผู้ให้บริการ ขณะที่ในอนาคต สตม. มีแนวทางต่อยอดฟีเจอร์ Explore Thailand ให้ครอบคลุมข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก และกิจกรรมต่าง ๆ มากขึ้น เพื่อให้ THIM เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติตลอดการเดินทาง ตั้งแต่การเข้าถึงบริการไปจนถึงการใช้จ่ายในประเทศไทย พร้อมสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศ